ผู้ต้องขังหญิง

กำลังใจเชิงลึก

23.08.2562
โครงการกำลังใจฯ ร่วมกับ IDPC ประชุมหัวข้อผู้หญิง การถูกกักขังฯ
เมื่อวันที่ 20 - 22 สิงหาคม 2562 โครงการกำลังใจในพระดำริฯ ร่วมกับ หน่วยงาน IDPC (International Drug Policy Consortium) เป็นเจ้าภาพการประชุมในหัวข้อ “ผู้หญิง การถูกกักขัง และนโยบายยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียตะวันนออกเฉียงใต้” โดยมีพันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ประธานในพิธีเปิด Ms. Gloria Lai ผู้อำนวยการ IDPC ระดับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นายพิทยา จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการกำลังใจ ร่วมเป็นประธานในพิธีเปิด ณ โรงแรมแทนเจอรีน วิลล์ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ การประชุมในหัวข้อ “ผู้หญิง การถูกกักขัง และนโยบายยาเสพติดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” มีผู้แทนจากหน่วยงาน ประเทศต่างๆมาร่วมประชุมได้แก่ กรมราชทัณฑ์อินโดนีเซีย และฟิลิปปินส์ นักวิจัยจากหน่วยงาน IDPC ได้แก่ Ms.Coletta Younger ,Senior Associate ,IDPC Ms.Ann Fordham ,Executive Director ,IDPC Ms.Marie Nougier , Head of Research and Commuications, IDPC พร้อมกันนี้ได้เชิญผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานประเทศไทย ได้แก่ นางอาภรณ์ แก้วเวียงชัย ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม เชิญผู้แทนกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ สำนักงาน ป.ป.ส. และหน่วยงานในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ได้แก่ ทัณฑสถานญิงเชียงใหม่ เรือนจำกลางเชียงใหม่ ป.ป.ส.ภาค5 สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่ เรือนจำอำเภอฝาง สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝาง รวมผู้เข้าร่วมประชุม 40 คน หน่วยงาน IDPC รายงานจำนวนประชากรหญิงในเรือนจำทั่วโลกมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นเป็น 19% ในปี 2000-2017 พบปัญหาคนล้นเรือนจำ Overcrowding ปัญหาโครงสร้างเรือนจำที่ไม่ตรงตามโครงสร้างสากล ปัญหาการดูแลสุขอนามัยในคุก และปัญหาภายนอกที่พบคือ มีการผลิตยาสังเคราะห์เพิ่มมากขึ้น มีการเพิ่มการใช้ยาเมทฯ เพิ่มมากขึ้น ผู้หญิงมีแนวโน้มจะใช้ยาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ สำหรับในละตินอเมริกาพบปัญหาหลังพ้นโทษ คือ การหาที่อยู่อาศัย การหางานที่ดีมีคุณค่า การได้รับการยอมรับจากสังคม การได้ดูแลบุตรในปกครอง นายพิทยา 
จินาวัฒน์ ที่ปรึกษาโครงการกำลังใจฯ กล่าวว่า ผู้กระทำผิดเพราะความยากจน ไม่มีโอกาสทางอาชีพ ไม่มีโอกาสหางาน การหลีกหนีจากชีวิตที่ยากไร้ เมื่อมีคนมาชักชวน/ชักจูงเข้ามาเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ถูกชักจูงให้เสพ ให้ขายรายย่อย ทำให้เป็นสาเหตุเข้ามาอยู่เรือนจำ เราให้ความสำคัญกับงานของกรมราชทัณฑ์และงานโครงการกำลังใจ ที่มีการสอนอบรม สร้างอาชีพใหม่ให้มีโอกาสทางอาชีพของตนเอง การจัดหาทุนสนับสนุนและคัดเลือกผู้รับทุนประกอบอาชีพให้เขาได้มีโอกาสทางอาชีพและหาเลี้ยงตนเองได้ Ms. Gloria Lai ,IDPC กล่าวว่า ผู้ต้องขังจำนวนมากเป็นผู้ใช้ยา 
ไม่ได้เป็นคนค้า จึงอยากให้โฟกัสเรื่องกฎหมายและนโยบายยาเสพติด ปัจจัยที่ทำให้คนเข้ามาในเรือนจำ ได้แก่ ความยากจน ไม่มีเงินจ่ายค่าประกันตัว ค่าปรับ ความยากไร้ในความรู้ในการเข้าถึงสิทธิทางกฎหมาย ในอินโดนีเซียเน้นการสร้างความตระหนักรู้ เรียกร้องให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนโยบายยาเสพติดและกฎหมาย มีโครงการรณรงค์ต่างๆ ลดความรุนแรง ลดการตีตรา การให้ใช้ทางเลือกในการลงโทษแทนการคุมขัง เป็นต้น
ในวันที่ 21 สิงหาคม 2562 ผู้เข้ารึ่วมประชุมเดินทางไปศึกษาดูงาน ณ เรือนจำอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ โดยมีนายประมวล พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอฝาง ให้การต้อนรับและบรรยายพิเศษ จากนั้นได้นำเยี่ยมชมการดำเนินงานของเรือนจำ เช่น การดูแลผู้ต้องขัง การศึกษา สูทกรรม การฝึกวิชาชีพ ภายในแดนชายและแดนหญิง เรือนจำอำเภอฝาง มีพื้นที่ 10 ไร่ 2 งาน มีอำนาจการควบคุมผู้ต้องขังในพื้นที่ 3 อำเภอ ได้แก่ อ.ฝาง อ.ไชยปราการ และ อ.แม่อาย มีภารกิจหลัก คือ ควบคุมผู้ต้องขังอย่างมีประสิทธิภาพ มิให้หลบหนี บำบัดฟื้นฟูแก้ไขพฤตินิสัยให้ผู้ต้องขัง โดยมีเจ้าหน้าที่ 60 คน มีผู้ต้องขัง 1,311 คน แบ่งเป็น ชาย 1,121 คน หญิง 185 คน ผู้ต้องกักขังชาย 5 คน โดยความจุของเรือนจำสามารถรับผู้ต้องขังได้ 800คน ซึ่งปัจจุบันมีปริมาณผู้ต้องขังเกินความจุ เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติด ร้อยละ 91.6 เนื่องด้วยมีพื้นที่ติดชายแดนประเทศจึงมีจำนวนคดียาเสพติดสูง จุดเด่นของการดำเนินงานเรือนจำอำเภอฝาง คือ การปฏิบัติต่อผู้ต้องขังอย่างเสมอภาค การดูแลผู้ต้องขังให้มีระเบียบวินัย การพัฒนาเรือนจำให้มีความสะอาด การบริการเยี่ยมญาติผ่านระบบแอพลิเคชั่นไลน์(กรณีที่มีญาติอยู่ห่างไกล) ในแต่ละเดือนมีผู้ใช้บริการเฉลี่ย 10 ราย มีการตรวจปัสสาวะเพื่อตรวจสารเสพติดในผู้ต้องขัง และสุ่มตรวจในเจ้าหน้าที่ มีการจำแนกผู้ต้องขังเพื่อให้ได้รับการอบรม การศึกษา การฝึกวิชาชีพ มีการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามกฎระเบียบของกรมราชทัณฑ์ และปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ มีการนำผู้ต้องขังไปร่วมพัฒนาชุมชน เช่น การทำความสะอาด ขุดรอกคูคลอง การประสานงานเรื่องขอรับทุนช่วยเหลือผู้พ้นโทษ การติดตามดูแลเยี่ยมบ้านผู้พ้นโทษ ซึ่งผู้เข้าร่วมประชุมให้ความสนใจในและสนทนาในประเด็น การดูแลผู้ต้องขังในเรือนจำอย่างใกล้ชิด การมีโปรแกรมต่างๆเพื่อพัฒนาผู้ต้องขัง และการทำงานด้วยความเป็นมืออาชีพในงานราชทัณฑ์
ในวันที่ 22 สิงหาคม 2562 มีการประชุมหัวข้อเรื่อง ปัจจัยที่เกี่ยวข้องในการจำคุกของผู้หญิงจากคดียาเสพติด โดยมี Ms. Coletta Youngers, IDPC นำเสนอถึงผู้ต้องขังหญิงในเม็กซิโก ที่ต้องคดีที่มีสาเหตุมาจากปัญหาครอบครัวและปัญหาความยากจน การได้รับโทษจำคุกมาก และนางสาวสิริพรรณ โพธิ์ทอง สำนักงาน ป.ป.ส. กล่าวเรื่องกรณีศึกษาอัตราการถูกกักขังผู้หญิงจากคดียาเสพติดที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ในขณะที่ผู้เข้าร่วมประชุมจากประเทศอินโดนีเซีย ได้ให้ความเห็นว่า ที่ประเทศของตนนั้นรัฐบาลจะต้องตอบสนองต่อการดำเนินงานที่รวดเร็ว เช่น เรื่องการจับกุมที่สามารถจับกุมผู้ประกอบชิ้นส่วนการผลิตยา เรื่องการมีระบบข่าวกรองที่ดี แต่อีกด้านหนึ่งที่เรายังประสบปัญหาคือการทำงานกับชุมชนการส่งผู้พ้นโทษกลับไปชุมชนยังไม่ประสบความสำเร็จ สำหรับผู้ประชุมจากประเทศฟิลิปปินส์ กล่าวว่า ผู้ต้องขังหญิงมีแรงจูงใจจากครอบครัวเป็นหลัก เพราะผู้หญิงเป็นเสาหลักของครอบครัว และเมื่ออยู่ในคุกก็ยังถูกคาดหวังให้เป็นผู้หาเงินส่งไปเลี้ยงดูบุตร แต่บางคนก็ใช้ยาเพื่อบรรเทาโรค บางคนก็มีแรงจูงใจจากการอยากทำงานให้ได้นานขึ้น นางบุษบา ศักรางกูร ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ กล่าวถึง ผู้ต้องขังในทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ มีจำนวน 2,300 คน ร้อยละ 90 เป็นคดียาเสพติด ซึ่งอำนาจการควบคุม คือ ตั้งแต่ฝากขัง ถึงโทษประหารชีวิต โดยเป้าหมายของกรมราชทัณฑ์คือการคืนคนดีสู่สังคม เรือนจำ/ทัณฑสถาน จำเป็นต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ และข้อกำหนดMandela เช่นเดียวกันในทุกเรือนจำทั่วประเทศ โดยทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่เป็นเรือนจำต้นแบบในการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ ผู้อำนวยการสำนักคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่สาขาฝาง กล่าวว่า ผู้เสพ ศาลจะส่งให้ตรวจพิสูจน์แล้วจึงพิจารณาให้ควบคุมตัว หรือไม่ควบคุมตัว การบำบัดจะใช้ระยะเวลา 120 วัน มีจำนวนผู้เข้ารับการบำบัดเป็นจำนวนมาก Ms. Coletta กล่าวสรุป การใช้ทางเลือกอื่นแทนการจองจำ ทางเลือกอื่นทางการศึกษา หรืออาจส่งให้บริการทางสังคม ที่จะไม่ต้องคุมขัง ซึ่งเป็นคนที่เปราะบางที่สุดที่เป็นผู้ใช้ยา โดยเจ้าหน้าที่กฎหมายต้องไปจับที่สูงกว่านี้ คนที่ได้ประโยชน์ จะไปสืบสวนว่าใครบ้างที่อยู่เบื้องหลังการค้า การพัฒนาระบบข่าวกรองที่ดี เป็นต้น
Ms.Marie Nougier , IDPC กล่าวถึงการศึกษาวิจัยในผู้ต้องขังหญิงประเทศคอสตาริกา ว่ามีการทบทวนการลงโทษจำคุกผู้ต้องขังคดียาเสพติด จากโทษ 8-20ปี เป็น 3-8 ปี เมื่อมีการแก้ไขกฎหมายแล้วมีผู้ได้รับการปล่อยตัวและได้รับการลดโทษ อัตราการกระทำผิดซ้ำลดลง เหล่านี้เป็นประโยชน์ที่เกิดขึ้นจากการปฏิรูปกฎหมาย สำหรับการศึกษาวิจัยที่โปรตุเกส พบว่าเป็นตัวอย่างของการใช้ Decriminalize การลดความผิดทางอาญาของการใช้ยาในปริมาณน้อย ได้กำหนดเกณฑ์ใช้ยาว่าใช้เท่าไรจึงเรียกว่าใช้น้อย คือ การใช้น้อยกว่า 10 วัน นอกจากนี้ความพยายามของการลดความผิด และการหามาตรการที่ไม่คุมขัง โดยมีคณะกรรมการ (แพทย์ นักสังคมสงเคราะห์ ทนายความ) มาให้ข้อมูลและดูแลเรื่องสุขภาพ เราไม่ได้โฟกัสเรื่องการใช้ยา แต่โฟกัสเรื่องการหางานทำ หาวิธีฟื้นฟูสุขภาพ วางโปรแกรมบำบัดฟื้นฟู และโปรแกรมสงเคราะห์ จาการใช้นโยบายนี้มา 18 ปี ในโปรตุเกส พบว่า มีผู้ติดยาลดลง และคนสมัครใจที่จะเข้ามาบำบัดมากขึ้น เหล่านี้เป็นการลดความหนาแน่นของเรือนจำ และสุดท้ายกล่าวถึง โครงการ Justice Home ในสหรัฐอเมริกา เป็นทางเลือกที่ไม่คุมขัง ในปี 2014 ที่นิวยอร์ค การให้ผู้หญิงได้อาศัยอยู่กับครอบครัวโดยมีเจ้าหน้าที่เป็นที่ปรึกษา ถ้ามีปัญหารุนแรงจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปช่วยแก้ไขปัญหา มีความพยายามลดการก่ออาชญากรรม โดยผู้เข้าโครงการนี้มาจากผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดและยินดีจะเข้าโปรแกรมระยะ 6-8 เดือน มีความตั้งใจที่จะปรับปรุงตนเอง ซึ่งโครงการนี้สนับสนุนการดำเนินงานตามข้อกำหนกรุงเทพฯ คือ การไม่ส่งคนเข้าเรือนจำ ในแต่ละปี มีผู้เข้าร่วม 35 คน ซึ่งถือว่าช่วยลดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นในกระบวนการยุติธรรมได้คือ หากเข้าเรือนจำ จะมีค่าใช้จ่ายโดยเฉลี่ย 129,000ดอลลาร์/คน แต่ค่าใช้จ่ายต่อหัวของโครงการนี้คือ 15,000 ดอลลาร์/คน
ผอ.สุนันทา คงพากเพียร ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษลำปาง กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคม 2562 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระมหากษัตริย์พระราชทานอภัยโทษให้ผู้ต้องขัง ทำให้มีผู้ได้รับการปล่อยตัว และลดวันกำหนดโทษ นับว่าเป็นการช่วยลดปริมาณผู้ต้องขัง และโดยทั่วไปก็จะมีโครงการลดวันต้องโทษ มีกระบวนการคัดเลือกโดยคณะกรรมการของเรือนจำ และส่งเรื่องไปคณะกรรมการกลั่นกรองที่กรมราชทัณฑ์ อีกเรื่องหนึ่งคือการพักการลงโทษ มี 2 แบบ คือ พักปกติ และพิเศษ มีคณะกรรมการกลั่นกรองจากกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และสำนักงาน ป.ป.ส. เป็นผู้พิจารณา และส่งต่อให้คณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยที่มีปลัดกระทรวงยุติธรรมเป็นประธาน สำหรับการพักโทษพิเศษ มีดังนี้ เป็นผู้เจ็บป่วยร้ายแรง อายุ 70ปี ,ผู้เข้าร่วมโครงการโครงสร้างเบา มีหลักสูตรเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย , ผู้เข้าร่วมโครงการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ(โครงการกำลังใจ) , การบำบัดฟื้นฟู TC , โครงการวิวัฒน์พลเมือง เหล่านี้เป็นการช่วย release ผู้ต้องขังในเรือนจำให้ลดล

รูปภาพประกอบ


โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2141 5140-1
โทรสาร : 0 2143 8245