งานในพระดำริที่เกี่ยวข้อง

29.07.2563
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน
   เมื่อวันที่ ๒๖ กรกฎาคม ๒๕๖๓ เวลา ๑๔.๐๐ น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จเยี่ยมเรือนจำจังหวัดลำพูน โดยมีผู้บริหารของกระทรวงยุติธรรม หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดลำพูน ร่วมรับเสด็จ
 
เรือนจำจังหวัดลำพูน เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังชายและหญิง (ข้อมูล ณ วันที่ ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๓)  มีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 2,641 คน แยกเป็นผู้ต้องขังชายจำนวน 2,345 คน ผู้ต้องขังหญิงจำนวน 296 คน และเด็กติดผู้ต้องขัง ๒ คน เรือนจำแห่งนี้ดำเนินงานตามข้อกำหนดกรุงเทพ (Bangkok Rules) โดยให้ความสำคัญกับการพัฒนาพฤตินิสัย การสร้างอาชีพเพื่อให้ผู้ที่กระทำผิดได้มีโอกาสกลับไปเริ่มต้นใหม่ในชีวิตภายหลังพ้นโทษ การฝึกอาชีพ และการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย อีกทั้ง ยังมุ่งเน้นการจัดการระบบบริการสุขภาพสำหรับผู้ต้องขัง โดยเฉพาะในด้านการเฝ้าระวัง ป้องกัน ควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 การค้นหาและการดูแลรักษาผู้ป่วยวัณโรค การดำเนินงานด้านการควบคุมป้องกันโรคเอดส์ และการดูแลด้านสุขาภิบาลอาหาร น้ำดื่ม น้ำใช้ และอนามัยสิ่งแวดล้อมในเรือนจำ 
 
โดยในครั้งนี้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปยังอาคารสถานพยาบาล ทอดพระเนตรนิทรรศการของเรือนจำจังหวัดลำพูน และโรงพยาบาลลำพูน จากนั้นทอดพระเนตรการสาธิตของอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) ชาย ในการช่วยเหลือผู้ป่วยโรคหลอดเลือดในสมอง และพระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังชายชราและผู้ต้องขังชายป่วย (จำนวน 15 ราย) เสด็จออกจากสถานพยาบาลไปยัง “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” ทอดพระเนตรภายใน “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” เรือนจำจังหวัดลำพูน จัดมุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข โดยหนังสือที่อยู่ในห้องดังกล่าว จะเป็นหนังสือที่ได้รับบริจาคมาจากทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ และโรงพยาบาลต่าง ๆ เช่น โรงพยาบาลลำพูน โรงพยาบาลนครพิงค์ เป็นต้น โดยผู้ต้องขังสามารถเข้ามาอ่านหนังสือได้ทุกวัน อีกทั้ง ยังมีห้องสมุดเคลื่อนที่ไปให้ผู้ต้องขังได้อ่านในวันเสาร์และอาทิตย์ ทั้งแดนชายและแดนหญิง โดยทางเรือนจำอนุญาตให้ผู้ต้องขังยืมหนังสือและนำขึ้นไปอ่านบนเรือนนอนได้ โดยมีกำหนดส่งคืนหนังสือที่ยืมอ่านภายใน 1 วัน
 
จากนั้น เสด็จออกจาก “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข” ไปยังแดนหญิง เสด็จเข้าศาลาโครงการพัชรธรรม ทรงพบพระอาจารย์ อารยวังโส และจุดธูปเทียน ทรงประเคนเครื่องไทยทาน รวมถึงหลั่งทักษิโณทก ซึ่งในโครงการนี้มีผู้ต้องขังที่บรรพชาอุปสมบทที่วัดป่าพุทธพจน์หริภุญไชย ในพระราชูปถัมภ์ จำนวน 7 คน เสด็จออกจากศาลาโครงการพัชรธรรม ไปยัง “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ปันสุข” ทอดพระเนตรภายใน “มุมสุขภาพ ราชทัณฑ์ ปันสุข” และทอดพระเนตรการเรียนคอมพิวเตอร์ของผู้ต้องขังหญิง เสด็จไปยังห้องแม่และเด็ก พระราชทาน   ถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังหญิงและเด็กติดผู้ต้องต้องขัง (จำนวน 2 ราย) จากนั้น เสด็จไปยังห้องพยาบาล ในแดนหญิง ทอดพระเนตรการสาธิตของอาสาสมัครสาธารณสุขเรือนจำ (อสรจ.) หญิง ในการช่วยเหลืองานห้องพยาบาล พระราชทานถุงพระราชทานให้กับผู้ต้องขังหญิงป่วย และผู้ต้องขังหญิงชรา (จำนวน 11 ราย)
 
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จออกจากห้องพยาบาลไปยังบริเวณการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิง ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิงและผลงานต้นแบบของผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจฯ เสด็จไปยังบริเวณการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังชาย ทอดพระเนตรการฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังชาย จากนั้น เสด็จเข้าสู่อาคารอเนกประสงค์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) โดยนายเถลิงศักดิ์ ตระกูลหวังวีระ ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้บริหารฝ่ายนิติกรรมและจดทะเบียนสิทธิ์ ทูลถวายเงิน เพื่อทรงใช้สอยตามพระอัธยาศัย ทอดพระเนตรการแสดงของผู้ต้องขัง (จำนวน 2 ชุด) ได้แก่ ชุดที่ 1 ฟ้อนรำหริภุญไชย และชุดที่ 2 ดนตรีไทยประยุกต์ (เพลงรักจริงให้ติงนัง และเพลงสามสิบยังแจ๋ว)
 

*******************************************

รูปภาพประกอบ


โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2141 5140-1
โทรสาร : 0 2143 8245