ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

31.08.2563
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงการบริหารจัดการน้ำ
     เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2563 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ ณ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท โดยมีนายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวิทยา สุริยะวงศ์ รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และนายรณภพ  เหลืองไพโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท พร้อมด้วยหัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดชัยนาท ร่วมรับเสด็จ ในปี พ.ศ. 2554 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้ทรงมีพระดำริให้ดำเนินการน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำ เพื่อการเปลี่ยนวิถีชีวิตของผู้ต้องขังให้ใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้เมื่อพ้นโทษ ด้วยฐานคิดว่า เส้นทางเดินเข้าสู่เรือนจำจะไม่เกิด หากผู้ต้องขังมีกระบวนทัศน์หรือวิธีคิดแห่งความพอเพียง เพราะเชื่อว่าความพอเพียง ในชีวิตจะสามารถหยุดยั้งไม่ให้คนกระทำผิดได้ ดังนั้น เมื่อผู้ต้องขังได้กระทำผิดไปแล้ว แม้จะโดยตั้งใจหรือไม่ก็ตาม หากชีวิตในเรือนจำสามารถปรับเปลี่ยนวิธีคิดของผู้ต้องขังให้เป็นวิถีชีวิตแห่งความพอเพียงได้ก่อนได้รับอิสรภาพให้ผู้ต้องขังรู้คุณค่าในตนเอง สามารถพึ่งพาตนเองได้ ไม่ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ ฟุ่มเฟือย และมีความพร้อมที่จะสามารถอยู่ร่วมกับสังคมได้ ผู้ต้องขังจะไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก จากฐานคิดข้างต้นจึงทรงมีพระดำริให้นำไปทดลองปรับใช้เป็นการนำร่องในเรือนจำ 5 แห่ง ซึ่งประกอบด้วย เรือนจำชั่วคราวเขาระกำ จังหวัดตราด, เรือนจำชั่วคราวแคน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์, เรือนจำชั่วคราวดอยราง จังหวัดเชียงราย, เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท และเรือนจำชั่วคราวโคกตาบัน จังหวัดสุรินทร์

     ปัจจุบันโครงการกำลังใจฯ ได้น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในเรือนจำชั่วคราวทั้ง 5 แห่ง และผลจากการดำเนินการพบว่า ผู้ที่ผ่านโครงการกำลังใจฯ ในเรือนจำชั่วคราว 5 แห่งดังกล่าว มีกระทำผิดซ้ำเพียงร้อยละ 5 โดยส่วนใหญ่ที่ได้พ้นโทษแล้วสามารถนำความรู้ที่ได้ไปประกอบอาชีพด้านการเกษตร และยังสามารถเป็นวิทยากรให้ความรู้ในเรื่องการเกษตรได้อีกด้วย ต่อมาในปี พ.ศ. 2559 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้พระราชทานคำแนะนำให้ต่อยอดและพัฒนาเรือนจำชั่วคราว 5 แห่งในโครงการให้เป็นแหล่งเรียนรู้ แหล่งท่องเที่ยวหรือพื้นที่ซึ่งสร้างประโยชน์ให้กับชุมชน สังคม ซึ่งจะพบว่า    ในแต่ละแห่งจะมีความโดดเด่นในแต่ละพื้นที่ไม่เหมือนกัน เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท ซึ่งเป็น 1 ใน 5 ของเรือนจำตามโครงการ ถือเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีปัญหาเรื่องน้ำเนื่องด้วยดินเป็นดินทราย แต่ด้วยการพระราชทาน คำแนะนำจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ความใส่ใจของผู้บัญชาการเรือนจำ และความร่วมมือของทุกหน่วยงานจึงสามารถบริหารจัดการพื้นที่ให้สามารถทำการเกษตร ปลูกพืช และเลี้ยงสัตว์ได้ จนเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ เรือนจำชั่วคราวเขาพลอง จังหวัดชัยนาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการอบรมโครงการกำลังใจรุ่นที่ 12 จำนวน 146 คน ความยากลำบากในการขาดแคลนทรัพยากรน้ำ ทำให้ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้ต้องขังต้องปรับเปลี่ยนการทำงานให้เข้ากับบริบท หรือบริหารจัดการให้เข้ากับภาวะวิกฤติ รวมทั้งต้องมีความอดทนอดกลั้น ต่อการรอผลผลิตมากกว่าที่อื่น ทำให้พื้นที่ของเรือนจำชั่วคราวเขาพลองเกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง  สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงกดปุ่มเปิดแพรคลุมป้ายเปิดศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงการบริหารจัดการน้ำในภาวะวิกฤติ ทรงทอดพระเนตรนิทรรศการภายในศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จากนั้นเสด็จไปทอดพระเนตรนิทรรศการโซล่าเซลล์ ทรงทอดพระเนตรการดำเนินงานโครงการ 1 ไร่ พอเพียง เสด็จไปยังหมู่บ้านกำลังใจ ทรงเพาะเมล็ดพันธุ์ต้นทานตะวัน

     จากนั้นเสด็จไปยังบ่อเก็บกักน้ำที่ดำเนินการโดยสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ (องค์การมหาชน) (สสน.) ทอดพระเนตรนิทรรศการและบ่อเก็บกักน้ำ  เสด็จไปยังศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง ทรงตัดริบบิ้นเปิดแพรคลุมป้ายเปิดห้องสมุดพอเพียง ทอดพระเนตรโรงเลี้ยงไหม การแปรรูปและผลิตภัณฑ์จากรังไหม โรงเลี้ยงไก่ชน โรงเลี้ยงจิ้งหรีด ฐานการเรียนรู้พลังงานทดแทนโซล่าเซลล์ ฐานการปรับปรุงดิน การหมักหญ้าสำหรับเลี้ยงสัตว์ ทรงให้อาหารโค ทอดพระเนตรโรงเลี้ยงเห็ด บ้านพักคู่ชีวิต และทรงรับฟังคนต้นแบบ(ผู้พ้นโทษ) ถ่ายทอดประสบการณ์การดำรงชีวิตภายหลังกลับสู่สังคม จำนวน 2 ราย ทรงมีพระปฏิสันถารกับผู้ต้องขัง สร้างความปลื้มปิติให้กับผู้ต้องขังเป็นอย่างมาก จากนั้นเสด็จไปยังร้านกาแฟ Inspire Cafe ทอดพระเนตรภายในร้านกาแฟ Inspire Cafe ซึ่งมีการจำหน่ายต้นไม้ ก๋วยเตี๋ยวเรือ เครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง เป็นการสนับสนุนและฝึกการประกอบอาชีพ ให้ผู้ต้องขังได้เรียนรู้ ตามแนวทางหลักสูตรการอบรมตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่จะเน้นการลงมือปฏิบัติจริงและเน้นการมีส่วนร่วมปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและทัศนคติการใช้ชีวิตของผู้ต้องขังโดยวิธีการ "ชี้นำให้คิด สาธิตให้ดู เรียนรู้ด้วยการปฏิบัติจริง ละทิ้งนิสัยเดิม เริ่มหนึ่งด้วยตนเอง" เพื่อเป็นการฝึกให้ผู้ต้องขังทำเป็น และเกิดความสามัคคีและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างกัน ผู้ต้องขังได้ทำความเข้าใจไปพร้อมกับการปฏิบัติจริง และได้เห็นผลผลิต หรือผลิตภัณฑ์ที่ตนลงมือทำด้วยตนเอง เกิดความภาคภูมิใจกับผลสำเร็จที่ได้รับ

 
*************************************************************************

รูปภาพประกอบ


โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม
ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ อาคารราชบุรีดิเรกฤทธิ์ ชั้น 9 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง
เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2141 5140-1
โทรสาร : 0 2143 8245