พระองค์ภา เสด็จเปิดงานประชุม “กำลังใจฯ 1 ทศวรรษ สู่ “นวัตสังคมไทย”
ในโอกาสครบรอบ 10 ปีโครงการกำลังใจฯ
เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2559 เวลา 13.27 นาที พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เสด็จเป็นประธานการประชุมวิชาการเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี โครงการกำลังใจ ภายใต้ชื่อ “กำลังใจฯ 1 ทศวรรษ สู่ “นวัตสังคมไทย” ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัลพลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพมหานคร
การจัดกิจกรรมประชุม “กำลังใจฯ 1 ทศวรรษ สู่ “นวัตสังคมไทย” ได้จัดขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้า ทั้งนี้ เพื่อระดมความคิดเห็นของภาคส่วนต่างๆ ที่ได้เชิญมาร่วมงานในการที่จะช่วยนำเสนอว่า ในอนาคตการดำเนินงานของโครงการกำลังใจฯ จะมีแนวทางการดำเนินงานเช่นใด รวมทั้งสรุปถึงปัญหาข้อขัดข้องในการดำเนินงานที่ผ่านมา ในลักษณะของ “เหลียวหลัง แลหน้า “ ซึ่งในช่วงเช้า จะมีการนำเสนอข้อมูลที่ได้มาจากการทบทวน สังเคราะห์ข้อมูลจากผลการศึกษาวิจัย การลงพื้นที่ตลอด 10 ปี ที่ผ่านมาของนักวิชาการ ได้แก่ รศ.อภิญญา เวชยชัย นายพิทยา จินาวัฒน์ รศ.ศักดิ์ชัย เลิศพานิชพันธุ์ และนางสาวใจรัตน์ จตุรภัทรพร อาทิ การนำเสนอในมุมมองว่า ในความพยายามไม่ส่งคนเข้าเรือนจำ จะขยายขอบเขตการดำเนินงานไปในส่วนใดอีกเพื่อให้ การส่งคนเข้าเรือนจำน้อยลงและส่งเฉพาะที่เป็นอาชญากรโดยแท้จริง และในส่วนของการดูแลผู้ต้องขังหญิง จะมีการดูแล ที่ขยายไปในส่วนใดเพิ่มขึ้นอีก จะมีการขยายไปในกลุ่มผู้ต้องขังชายบางกลุ่มหรือไม่ ท้ายสุดการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยและการดูแลภายหลังปล่อย จะมีรูปแบบและวิธีการอื่นใดนอกจากการนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ การปรับกระบวนทรรศน์ของคนในสังคม กระบวนทรรศน์ของบุคลากรในกระบวนการยุติธรรมที่มิใช่การใช้อำนาจแต่ควรคำนึงถึงหลักของhumanity มากขึ้น รวมทั้งไปถึงการเสนอแนวทางและวิธีการที่มีความเป็นรูปธรรม เช่นการตั้งกลุ่ม Peer เป็นต้น
สำหรับในช่วงบ่าย เป็นการเข้าสู่พิธีการ ที่พระเจ้าหลานเธอฯ จะประทานพระดำรัสเปิดงาน ความว่า “ข้าพเจ้ามีความยินดีที่ได้มาร่วมในพิธีเปิดการประชุมเนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี โครงการกำลังใจฯ ในหัวข้อเรื่อง “กำลังใจ 1 ทศวรรษ”สู่ “นวัตสังคมไทย” ในวันนี้
ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจเหมือนที่ได้กลับมาเจอเพื่อนที่เคยร่วมงานกันมา ซึ่งบางท่านก็ได้มาตั้งแต่เริ่มโครงการในปี 2549 บางท่านก็อาจจะเพิ่งมาร่วมงานกัน แต่ก็หวังว่า ทุกท่านที่มาร่วมงานกับโครงการกำลังใจฯ จะได้ช่วยสนับสนุนงานกันต่อไป อีกทั้งขอขอบคุณทุกท่านเป็นอันมาก ที่มาร่วมประชุมในวันนี้อย่างพร้อมเพรียงกัน การที่ข้าพเจ้าเริ่มทำโครงการนี้ ประการหนึ่งเพราะได้แรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงงานเพื่อช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมไทย กับอีกประการหนึ่ง เมื่อข้าพเจ้าได้ศึกษาทางด้านนิติศาสตร์และต่อมาได้ทำงานในด้านที่เกี่ยวข้อง จึงได้เห็นว่า ปัญหาอย่างหนึ่งในสังคมไทย คือกระบวนการยุติธรรม ในบางครั้งเป็นการยากที่ทำให้บุคคลด้อยโอกาสสามารถเข้าถึงได้ อีกทั้งในบางครั้งบางเวลา ทุกคนก็คงต้องการกำลังใจเช่นกัน และทุกคนสามารถเป็นกำลังใจให้กันและกันได้ ซึ่งหมายถึงว่า การมีเมตตากรุณา และมีน้ำใจต่อกันและกันนี้เอง ดังนั้นจึงเป็นที่มาของการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งเริ่มต้นจากกลุ่มผู้ต้องขัง
จากการลงพื้นที่เรือนจำและได้สัมผัสปัญหาของผู้ต้องขังทั้งหญิงและชายในเรือนจำบางแห่งทำให้ข้าพเจ้าได้ค้นพบแนวทางแก้ไขปัญหาหลายๆ อย่าง ที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระดับโลก ในเรื่องการจัดทำมาตรฐานการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิง ที่รู้จักกันในชื่อ “ข้อกำหนดกรุงเทพฯ” นับว่าเป็นสิ่งที่มาจากจุดเล็กๆ ซึ่งในระหว่างเวลานั้นข้าพเจ้าและทุกท่านได้ร่วมกันผลักดันให้เกิดขึ้น
ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 10 ปี ข้าพเจ้าได้ประเมินผลการทำงานและพบว่า โครงการกำลังใจพยายามที่จะทำงานให้ลงไปในเชิงลึก สัมผัสกับปัญหาจริงๆ และรับทราบปัญหาและความต้องการของผู้ต้องขัง ก็จะแสวงหากิจกรรม และแนวทางใหม่ๆ ที่จะช่วยพัฒนาชีวิตของผู้ต้องขัง รวมทั้งพัฒนาแนวทางที่จะให้ผู้ต้องขังมีการปรับพฤติกรรม ปรับพฤตินิสัยให้ดีขึ้น ส่วนความพยายามที่จะไม่ส่งคนเข้าเรือนจำนั้น เป็นส่วนหนึ่งของการอนุวัติการตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ การไม่ส่งคนเข้าเรือนจำหมายถึงว่าการหาแนวทางในการปรับพฤตินิสัยด้วยวิธีอื่นๆ ซึ่งให้มีความเหมาะสมสอดคล้องกับธรรมชาติของคดีและธรรมชาติของผู้ต้องขังเหล่านั้น ซึ่งข้าพเจ้ารู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่งที่โครงการกำลังใจได้เป็นส่วนเล็กๆ ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านนโยบาย นำไปสู่การปรับปรุงแก้ไขกฎหมายหรือแก้ไขระเบียบต่างๆ ที่พยายามจะไม่ส่งคนที่เป็นอาชญากรอย่างแท้จริงเข้าเรือนจำ และพยายามจะหาแนวทางที่ดีที่เหมาะสมในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ นี่คือความภูมิใจของโครงการกำลังใจและผู้ปฏิบัติหน้าที่ในโครงการกำลังใจทุกคน ที่มีช่วยประเทศชาติ ช่วยสังคม ในการดูแลผู้ด้อยโอกาสให้มีโอกาสในการใช้ชีวิตที่ดี และมีการปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น
สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้าอยากจะฝากทุกคนในที่นี้ รวมทั้งฝากคนรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพในการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร คือ ขอให้ทุกคนมีการโอกาสผู้ที่เคยพลาดพลั้ง และช่วยกันให้กำลังใจและส่งเสริมให้ผู้ที่เคยพลาดพลั้งได้มีโอกาสศึกษาเรียนรู้ และกลับตัวคืนสู่สังคม
ซึ่งการให้โอกาสนั้นหมายถึงการไม่รังเกียจ ให้อภัย อันเป็นการสร้างทางเลือกให้แก่ผู้ที่เคยผิดพลาด นับเป็นทางหนึ่งที่จะน้อมนำเอาแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมาปรับใช้ นอกจากนี้ข้าพเจ้ายังมีความตั้งใจว่า อาจจะมีการตั้งกลุ่ม หรือชมรมเพื่อนช่วยเพื่อน เพื่อให้คนที่เคยผ่านโครงการกำลังใจมาแล้วได้มีโอกาสมารวมตัวกัน ทำประโยชน์เพื่อสังคม และแลกเปลี่ยนประสบการณ์เพื่อช่วยเหลือสมาชิกใหม่ให้ได้กลับไปยืนอยู่ในสังคมอย่างสง่างาม อีกสิ่งหนึ่งที่โครงการต้องทำต่อไป คือการพยายามเสริมสร้างความรู้ให้แก่สังคมไทยผ่านการทำกิจกรรม การศึกษา ข้อมูลวิชาการจากภายในและต่างประเทศ ในการวิจัยประเด็นต่างๆ และการนำร่องของโครงการปฏิบัติ ซึ่งถ้าหากเกิดผลดีก็จะส่งต่อให้หน่วยงานที่ทำหน้าที่หลักรับไปดำเนินงานเป็นงานประจำ
ขอขอบคุณผู้ทรงคุณวุฒิทุกท่านที่ได้มาร่วมกันแสวงหาสร้างคุณภาพที่ดีแก่ผู้ต้องขังหญิงในสังคมไทย หากสิ่งใดเป็นประโยชน์ต่อสังคมเป็นประโยชน์ต่อผู้ด้อยโอกาส ข้าพเจ้ามีความยินดีจะให้ความยินดีต่อทุกท่านเสมอ ได้เวลาอันสมควรแล้ว ข้าพเจ้าขอเปิดการประชุมวิชาการ เนื่องในโอกาสครบ 10 ปี โครงการกำลังใจ ณ บัดนี้ ขอให้การประชุมดำเนินลุล่วงไปด้วยดี และสำเร็จตามวัตถุประสงค์ทุกประการ”
จากนั้น พระเจ้าหลานเธอฯ ประทานรางวัลและใบประกาศนียบัตรให้กับบุคคลต้นแบบตามโครงการกำลังใจฯ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่พระเจ้าหลานเธอฯ ได้ประทานคำแนะนำให้มีการติดตามผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการกำลังใจฯ ตั้งแต่เริ่มโครงการฯ และผ่านพ้นออกไป จนกระทั่งสามารถมีอาชีพและดำรงตนเป็นสมาชิกที่ดีของสังคมมาร่วมงาน ทั้งนี้ พระเจ้าหลานเธอฯ มีพระดำริที่จะตั้งชมรมเพื่อนช่วยเพื่อนขึ้น ในการที่จะทำให้คนที่ผ่านพ้นโครงการและออกไปภายนอกได้ติดต่อ สื่อสารกันและช่วยเหลือสมาชิกใหม่ที่จะเข้าร่วมชมรม
นอกจากนี้ ได้มีการประกวดเรือนจำดีเด่นในด้านต่าง ๆ ซึ่งมีทั้งหมด 6 ด้าน ได้แก่ ด้านแม่และเด็ก ด้านความช่วยเหลือทางกฎหมาย ด้านฝึกอบรมวิชาชีพ ด้านเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ด้านนวัตกรรม และด้านปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีเรือนจำ/ทัณฑสถาน 21 แห่ง ที่พระเจ้าหลานเธอฯ เสด็จเป็นองค์ประธานเปิดโครงการฯ และเมื่อเปิดโครงการแล้วได้สานงานอย่างต่อเนื่อง มีการรายงานผลการดำเนินงานของแต่ละเรือนจำอย่างสม่ำเสมอ ในโอกาสครบรอบ 10 ปี การก่อตั้งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เรือนจำ/ทัณฑสถาน ทั้ง 21 แห่ง พร้อมใจส่งผลงานเข้ามารายงานผลการดำเนินงานเพื่อร่วมประกวดเรือนจำดีเด่นทั้ง 6 ด้าน
ภายหลังจากที่ประทานรางวัลเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะมีการนำเสนอแนวทางการดำเนินงานตาม โครงการกำลังใจฯ ในอนาคตโดยผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่างๆ ศาสตราจารย์ (พิเศษ)จรัญ ภักดีธนากุล ศาสตราจารย์ทวีเกียรติ มีนะกนิษฐ รองศาสตราจารย์ ดร.สังศิต พิริยะรังสรรค์ นายแพทย์ อภิชัย มงคล นายอธิคม อินทุภูติ รองศาสตราจารย์อภิญญา เวชยชัย นายอดิศักดิ์ ภาณุพงศ์ และดำเนินการโดย นายพิทยา จินาวัฒน์ โดยแต่ละท่านจะนำผลการระดมความคิดเห็นในช่วงเช้าและความรู้และประสบการณ์ของตนเองมาประมวลและนำกราบทูลพระเจ้าหลานเธอฯ
ลำดับท้ายสุดจะเป็นการเปิดนิทรรศการ “กำลังใจฯ 1 ทศวรรษ สู่ “นวัตสังคมไทย” ซึ่งเป็นการรวบรวมผลงานของโครงการในมิติต่าง ๆ ที่ประกอบด้วย 6 กลุ่ม ที่จะอยู่ใน Themeของการก้าวผ่านมิติเดิมและจะก้าวไปสู่มิติใหม่ของกำลังใจฯ ที่ประกอบด้วยเนื้อหา การสร้างความตระหนักของสังคม ในเรื่องปัญหา คนล้นคุก ปัญหายาเสพติดและแนวทางการทำงาน แดนหญิงต้นแบบ ที่ประกอบด้วย สุขภาวะของผู้ต้องขัง ทักษะชีวิต การเตรียมความพร้อมสู่อนาคต และอิสรภาพที่ยั่งยืน จากนั้นจะเป็น การแสดงผลิตภัณฑ์ของผู้ต้องขัง จากเรือนจำและทัณฑสถานหญิงที่เข้าร่วมโครงการกำลังใจฯ ใน Inspire Supreme Market และมีการสาธิตผลงานของผู้ต้องขังจากเรือนจำต่าง ๆ อาทิ
· การพับกระดาษ จากเรือนจำกลางราชบุรี
· การแสดงโยคะ จากเรือนจำกลางอุดรธานี
· การวาดรูป จากเรือนจำกลางขอนแก่น
· การปั้นดินไทย/การทำกระเป๋าผ้า จากทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก
· การทำพวงมาลัย/การปักผ้า/การถักโครเช จากทัณฑสถานหญิงธนบุรี
· การทำขนมไทย – จากทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพฯ
· การทอผ้าไหม จากทัณฑสถานเชียงใหม่
รวมทั้งมีหน่วยงานภาคเอกชนที่เข้าไปสอนฝึกอาชีพและสนับสนุนด้านอื่นๆ ในเรือนจำมาร่วมด้วยเช่น งานจักร โดย บริษัท ซิงเกอร์ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) งานอบรมสอนแต่งหน้า โดย บริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด (ILC) และ BSC Cosmetology ในนามบริษัท ไอซีซี อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) การสนับสนุนหนังสือห้องสมุดกำลังใจกำลังปัญญา โดย บริษัท สถาพรบุ๊คส์ จำกัด และการสนับสนุนกิจกรรมออกกำลังกายด้วยการวิ่ง โดย บริษัท สปอร์ตมาสเตอร์ จำกัด
ภายหลังจากที่พระเจ้าหลานเธอฯ ทรงเปิดนิทรรศการเสร็จแล้วได้มีพระเมตตาให้บุคคลต่าง ๆ ที่สนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ซึ่งรวมถึงคนต้นแบบฉายพระรูปร่วม จำนวน 5 ชุด จากนั้นจึงเสด็จกลับ
.....................................................................