เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2564 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จไปทรงเปิดศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร และติดตามการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำชั่วคราวแคน้อย จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยมีผู้บริหารจาก กรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม หัวหน้าหน่วยงานในจังหวัดเพชรบูรณ์ ร่วมรับเสด็จ สำหรับเรือนจำชั่วคราว แคน้อยเป็นเรือนจำชั่วคราวหญิงแห่งแรกและแห่งเดียวของกรมราชทัณฑ์ เปิดดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ ๒๒ ตุลาคม ๒๕๔๔ มีภารกิจในด้านการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยให้ผู้ต้องขังหญิง และได้เริ่มดำเนินโครงการกำลังใจฯ นับตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๕๓ เพื่ออบรมและพัฒนาพฤตินิสัยของผู้ต้องขังโดยมุ่งเน้นการวางแผนชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และมีการฝึกอาชีพที่หลากหลายทั้งงานเกษตรกรรม งานบริการ เช่น ล้างรถ นวดแผนไทย เสริมสวย การทำอาหารและชงเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งจากการฝึกอาชีพที่หลากหลาย การพัฒนาภายในเรือนจำชั่วคราวได้ต่อยอดเป็นศูนย์เรียนรู้ที่พร้อมจะเปิดให้บริการกับผู้ที่สนใจและประชาชนทั่วไป ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๔ ได้อบรมผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจ รุ่นที่ ๑๓ ไปแล้ว และปัจจุบันเหลือผู้ต้องขัง จำนวน ๓๐ คน โดยแบ่งเป็นผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจ จำนวน ๑๒ คน และผู้ต้องขังเรือนจำชั่วคราวแคน้อย จำนวน ๑๘ คน
ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงตัดแถบแพรเปิดศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรเรือนจำชั่วคราวแคน้อย ทอดพระเนตรร้านแคน้อยฟาร์ม ร้านจำหน่ายอาหารครัวชวนชม จากนั้นเสด็จไปยังบริเวณนิทรรศการศูนย์เรียนรู้ฯ เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการศูนย์เรียนรู้และแหล่งท่องเที่ยว เชิงเกษตร ทอดพระเนตรโครงการสัตว์เลี้ยงบำบัด แปลงปลูกเห็ดเยื่อไผ่และเห็ดเผาะ โรงเรือนผักอินทรีย์ พื้นที่โครงการ ๑ ไร่ ๑ แสน และหมู่บ้านกำลังใจ โดยทรงปลูกต้นสะเดาหวานในบริเวณหมู่บ้านกำลังใจ จากนั้นเสด็จไปยังอาคารอเนกประสงค์เพื่อทอดพระเนตรนิทรรศการหม่อนไหม ข้าวอินทรีย์ การปลูกกัญชง และแก้มลิง และพระราชทานรางวัลเรือนจำในโครงการกำลังใจฯ ดีเด่นประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๓ พระราชทานของที่ระลึกผู้แทนผู้สนับสนุนโครงการกำลังใจฯ และพระราชทานถุงกำลังใจฯ ให้แก่คนต้นแบบโครงการกำลังใจฯ
จากนั้นทรงพูดคุย พบปะกับอดีตผู้ต้องขังที่พ้นโทษออกไป มีทักษะจากการฝึกอาชีพในเรือนจำชั่วคราวและประกอบอาชีพสุจริตที่หลากหลาย และพระปฏิสันถารกับผู้ต้องขัง ความตอนหนึ่งว่า
“ดีใจที่ได้มาเจอทุกคนในวันนี้ งานที่นี่อาจจะหนัก แต่ไม่แออัด หากในอนาคตสามารถฝึกวิชาชีพและนำไปประกอบอาชีพที่ดีได้ก็อาจจะมาเป็นบุคคลคนต้นแบบให้กับโครงการกำลังใจฯ ต่อไปได้ และดีใจที่คนต้นแบบมีชีวิตที่ดี เราควรสร้างกลุ่มเครือข่ายคนต้นแบบไว้เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นดี ๆ อาจสร้างเป็นกลุ่มอาชีพ เช่น อาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยว การค้าขาย รวมถึงงานบริการต่าง ๆ การพอเพียงไม่ได้หมายถึงว่าต้องอยู่อย่างลำบาก เงินก็ถือว่าสำคัญ แต่ไม่ได้สำคัญที่สุด อยู่ที่วิธีการหาเงิน และวิธีการใช้เงิน มีหลายทางให้เลือก ดีใจที่ได้ฟังความคิดเห็นจากตัวแทน ซึ่งทักษะอยู่ที่ความถนัดของแต่ละคน ความสนใจ ความกระตือรือล้น และความตั้งใจของเราเองที่จะเรียนรู้ จะพยายามหาวิทยากรหรือคลิปสอนวิชาชีพ ความรู้ต่าง ๆ มาให้ ทุกคนสามารถทำได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน”
.........................................................................................