Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

24 มิ.ย. 2566
ประชุมหารือการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริฯ เกี่ยวกับการหางานให้กับผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้พ้นโทษ ณ เรือนจำอำเภอแม่สอด

กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ ประชุมหารือการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เกี่ยวกับการหางานให้กับผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้พ้นโทษ ณ เรือนจำอำเภอแม่สอด
เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2566 พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ พร้อมคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ ประชุมหารือการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เกี่ยวกับการหางานให้กับผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมความประพฤติ และผู้พ้นโทษ ณ เรือนจำอำเภอแม่สอด อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก โดยมี นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก พร้อมด้วย นางจิรภา สินธุนาวา ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม นายวิสุทธิ์ ฉิมมุสิก ผู้บัญชาการเรือนจำอำเภอแม่สอด นางอาภรณ์ แก้วเวียงชัย ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม สำนักงานปลัดกระทรวงยุติธรรม และมีผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดตาก และสำนักงานคุมประพฤติสาขาอำเภอแม่สอด หัวหน้าส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ และผู้เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม
ที่ประชุม ได้ติดตามการดำเนินงานของเรือนจำอำเภอแม่สอด ในโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ซึ่งพระองค์ท่านทรงห่วงใยเรือนจำขนาดเล็กและอยู่ติดชายแดน และเรือนจำแห่งนี้เป็นเรือนจำอำเภอ มีอำนาจการควบคุมผู้ต้องขังที่มีโทษไม่เกิน 10 ปี แต่เนื่องจากเป็นเรือนจำที่ติดชายแดนประเทศเมียนมาร์ จึงทำให้มีผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงที่มีเชื้อชาติพม่า มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ต้องขังทั้งหมด โดยผู้ต้องขังที่มีเชื้อชาติพม่า จะประกอบด้วยหลายเผ่า เช่น กะเหรี่ยง ม้ง ปกาเกอะญอ อีก้อ มอญ ลีซอ เย้า ไทยใหญ่ มูเซอ และผู้ต้องขังทั้งชายและหญิงโดยส่วนใหญ่กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดซึ่งเกี่ยวข้องในฐานะผู้เสพและผู้รับจ้าง
สำหรับโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้กับกลุ่มผู้ที่ก้าวพลาด ทำให้ชีวิตต้องเข้ามาเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมและผู้ขาดโอกาสกลุ่มอื่นๆ ให้สามารถมีโอกาสกลับมาดำรงชีวิตเป็นคนดีของสังคมได้อย่างปกติสุข และให้โอกาสแก่ผู้ที่แม้ชีวิตจะเคยก้าวพลาด แต่ก็พร้อมที่จะเริ่มชีวิตใหม่เป็นคนดีของสังคมอีกครั้ง
จากนั้น กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และคณะฯ ได้เยี่ยมชมภายในแดนหญิง ซึ่งปัจจุบันมียอดผู้ต้องขัง จำนวน 100 คน โดยได้เยี่ยมชมการสาธิตฝึกอาชีพในฐานต่างๆ ประกอบด้วย การทำขนม และเบเกอรี่ , การทำน้ำสมุนไพร , การเสริมสวย , การปักผ้าม้ง , การนวดฝ่าเท้า นวดแผนไทย , การทำอาหาร เป็นต้น จากนั้นรับชมการแสดง 2 ชุด ได้แก่ รำกิ่งกะหร่า และรำพื้นเมืองชนเผ่า  และพบปะพูดคุยให้กำลังใจกับผู้ต้องขังหญิง และได้เชิญคนต้นแบบ 3 ราย (อดีตผู้ต้องขัง) มาร่วมกล่าวให้กำลังใจ และประสบการณ์ในการใช้ชีวิตภายหลังพ้นโทษ  ได้แก่ 
น.ส.ศิริพร ยาพรม คนต้นแบบปี 63 อาชีพเปิดร้านนวดแผนไทย “หลังจากพ้นโทษ นำวิชาความรู้ที่ได้สะสมจากเรือนจำและได้ทุนจากโครงการกำลังใจฯ ไปเปิดร้านนวดที่บ้าน มีรายได้เดือนละ 15,000 - 20,000 บาท โดยนวดรักษาแก้อาการซึ่งอาชีพนวดก็ลงทุนครั้งเดียว” 
นายศิริพงษ์ คำดี คนต้นแบบปี 66 อาชีพเกษตรและเลี้ยงปลา
“ปัจจุบันเลี้ยงปลาที่บ้าน ระหว่างอยู่ในเรือนจำอบรมโคกหนองนา, ตัดผมและอื่นๆ โดยที่บ้านมีบ่อปลาและปัจจุบันทุนของครอบครัว ซึ่งอยู่ระหว่างการขอทุนจากโครงการกำลังใจและในชุมชนมองดูว่าจะเป็น
อย่างไร ก็จะทำให้คนในชุมชนเห็นในแนวทางที่เอาเรื่องโคกหนองนาและอื่นๆ ในเรือนจำมาปรับใช้ผมจะให้โอกาสตนเอง”
น.ส.นิภาพร คนต้นแบบปี 65 อาชีพค้าขายขนมไทย
“ทำขนมไทย ขนมหวานขายเพราะฝึกจากข้างใจและแม่ทำขายอยู่แล้ว”
พลอากาศเอกสมคิด กล่าวให้กำลังใจผู้ต้องขัง สรุปได้ว่า ได้มาเยี่ยมทุกท่านในวันนี้ และแม้ว่าจะมีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่อาจกล่าวได้ว่า “จิ๋วแต่แจ๋ว” ชึ่งเป็นเรือนจำที่องค์ 908 เสด็จมาแล้ว พระองค์ท่านทรงแนะนำให้มีการฝึกอาชีพต่างๆ ดังนั้น ขอให้ทุกคนวางแผน และเตรียมตัวก่อนออกไปใช้ชีวิตภายนอก และยกตัวอย่างการฝึกอาชีพที่ทันกับยุคสมัยคือ การดูแลผู้สูงอายุ ชึ่งเป็นอาชีพใหม่ที่น่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดแรงงาน พอๆกับอาชีพนวดแผนโบราณ ท้ายสุด ขอให้ พวกเราทุกคนมีความตั้งใจ มั่นใจ เพื่อกลับคืนสู่สังคมต่อไป
ผู้แทนผู้ต้องขัง 2 ราย ได้กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ได้จัดกิจกรรมต่างๆ ในการอบรมภายใต้โครงการกำลังใจฯ ชึ่งทำให้ผู้ต้องขัง มีโอกาส และความหวัง
หลังจากนั้น ในช่วงบ่าย เป็นการประชุมร่วมกับสถานประกอบการและหน่วยงานแรงงานในจังหวัดตาก เพื่อติดตามรายละเอียดของผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ ในปี 2566 และการแยกประเภท อาชีพภายหลังพ้นโทษ โดยมี ผู้ประกอบการ ประกอบด้วย ร้านเจริญกาแฟ และร้านกาแฟบ้านพิม ชึ่งมาสอนชงกาแฟ ตั้งแต่เริ่มโครงการ กล่าวว่า ยินดีรับผู้ต้องขังไปทำงาน และ ดีใจที่โครงการจะทำ portfolio ของผู้ต้องขังเพื่อสถานประกอบการจะได้ รู้จักตัวตนของผู้ต้องขัง. จากนั้นที่ประชุมได้หารือในประเด็นการรับผู้ต้องขังเข้าทำงาน รวมถึงหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ได้ชี้แจงการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องขัง/ผู้พ้นโทษในการทำงาน อีกด้วย
ในช่วงท้ายการประชุม นายสมชัย กิจเจริญรุ่งโรจน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก กล่าวว่า นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ ต่อประชาชนจังหวัดตาก โดยจังหวัดจะให้ประชาสัมพันธ์ ทำคลิปโครงการกำลังใจ โดยเน้นความรู้ ความสามารถของผู้ต้องขังและร้านกาแฟของเรือนจำ รวมทั้งจะไปสัมภาษณ์ คนต้นแบบด้วย เพื่อแสดงถึงผลผลิตคนดี กลับคืนสู่สังคม  และจะให้กองทุนพัฒนาสตรี ของ กระทรวง พม. เข้ามาช่วย รวมทั้ง จะให้พาณิชย์จังหวัด และนายกเหล่ากาชาดจังหวัดตากมาช่วยดูว่าจะเสริมในส่วนใดได้บ้าง

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved