4 ก.ย. 2566
คณกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ประชุมหารือการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจ
คณกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ประชุมหารือการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เกี่ยวกับการหางานให้กับผู้ต้องขัง ผู้ถูกคุมความประพฤติและผู้พ้นโทษ ณ ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ทัณฑสถานหญิงพิษณุโลกมีผู้ต้องขังหญิง จำนวน 780 คน และมีเรือนจำชั่วคราว (เรือนจำเฟื่องฟ้า) โดยพัฒนาเป็นเรือนจำท่องเที่ยวที่น้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงซึ่งสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงนำมาใช้ในเรือนจำ ภายหลังเปิดโครงการกำลังใจฯ ได้มีการอบรมและพัฒนาผู้ต้องขังได้หลากหลายวิชา เช่น ศาสตร์พยากรณ์ การนวดไทย งานฝีมือเทคนิคควิลท์ การให้ความรู้กฎหมาย เป็นต้น และมีผลิตภัณฑ์ OTOP คือ ผลิตภัณฑ์จากวัสดุปั้นสำเร็จ ผลิตภัณฑ์จากผักตบชวา ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดพิษณุโลกรายงานว่าในปี พ.ศ. 2565 มีผู้ต้องขังได้รับทุนผ่านกองทุนกำลังใจฯ จำนวน 9 ราย และในปี พ.ศ. 2564 จำนวน 4 ราย โดยผู้ได้รับทุนได้ประกอบอาชีพอิสระ เช่น ค้าขาย เสริมสวย ทำเบเกอรี่ และได้เชิญคนต้นแบบมาร่วมประชุมและพูดให้กำลังใจผู้ต้องขัง สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดพิษณุโลก (พมจ.) กล่าวสนับสนุนการทำงานตามโครงการกำลังใจฯ และปัจจุบันได้ทำงานร่วมกับเรือนจำ สำนักงานคุมประพฤติ อย่างต่อเนื่อง จากนั้นคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ได้เข้าชมการฝึกวิชาชีพด้านต่างๆ เช่น การปั้นดินเป็นดอกไม้ พานดอกไม้ ตุ๊กตาโครเชต์ การสานผักตบ การดูดวง การทำอาหารและขนมไทย และการฝีมือเทคนิคควิลท์ ที่องค์ 908 พระราชทานแนวทางให้ SACIT เข้ามาพัฒนางานควิลท์ให้มีความทันสมัย มีลวดลายที่เป็นสากล ชมการแสดงขอผู้ต้องขัง จำนวน 3 ชุด ได้แก่ รำมังคละ คีตะมวยไทย และโยคะ ซึ่งได้แสดงประกอบกับเพลง “ใจนำทาง” ที่ บ. RS ได้แต่งเพลง “ใจนำทาง” ถวายสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และมี ปาน ธนพร เป็นผู้ร้องเพลง และจากนั้นสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้พระราชทานเพลง “ใจนำทาง” ให้เป็นเพลงประจำโครงการ