Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

25 ก.ย. 2566
การติดตามผลการดำเนินงานโครงการกำลังใจ หญิงสงขลา

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2566 เวลา 13.00 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ นางจิรภา สินธุนาวา ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เข้าร่วมประชุมการติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชกิติยาภา โดยมีนางรัศมี สุวรรณหงษ์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงสงขลา นายนพดล นมรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสงขลา ผู้อำนวยการสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดสงขลา ผู้อำนวยการสำนักงานบังคับคดีจังหวัดสงขลา ยุติธรรมจังหวัดสงขลา ผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา พร้อมด้วยข้าราชการ เจ้าหน้าที่ ทัณฑสถานหญิงสงขลา เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมทัณฑสถานหญิงสงขลา อ.เมือง จ.สงขลา นางรัศมี สุวรรณหงษ์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงสงขลาได้กล่าวต้อนรับประธานและผู้เข้าร่วมประชุม พร้อมกับนำเสนอข้อมูลพื้นฐานของทัณฑสถานหญิงสงขลา ดังนี้ ทัณฑสถานหญิงสงขลา ก่อตั้งเมื่อปี พ.ศ. 2524 มีเนื้อที่ 12 ไร่ ปัจจุบันมีบุคลากร 87 คน มีผู้ต้องขัง 818 คน มีเจ้าหน้าที่พยาบาล 4 คน นักสังคมสงเคราะห์ 2 คน นักจิตวิทยา 1 คน ทัณฑสถานหญิงสงขลามีอำนาจควบคุมดูแลผู้ต้องขังโทษไม่เกิน 30 ปี ฐานความผิดทุกประเภท ปัจจุบันร้อยละ 77 ของผู้ต้องขังเป็นคดียาเสพติด ร้อยละ 14 คดีเกี่ยวกับทรัพย์ ทัณฑสถานหญิงสงขลาได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ เมื่อวันที่ 22 มกราคม 2555 โดยทัณฑสถานหญิงสงขลาได้น้อมนำแนวทางพระราชทานขององค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ มาปรับใช้ เช่น การให้ความรู้ทางกฎหมายและการจัดตั้งมุมปลูกกฎหมายใส่ปัญญา, การทอผ้าเกาะยอ, งานฝีมือ เช่น สม็อค, การทำขนม, การนวดแผนไทย, การอบรมดูแลผู้สูงอายุ, การอบรมการขายของ online เป็นต้น นอกจากนี้ทัณฑสถานหญิงสงขลามีผลิตภัณฑ์ที่ได้มาตรฐาน OTOP คือ การทอผ้ายกดอก และต่อมาได้พัฒนาจนกระทั่งสามารถทอผ้าไหมและได้รับรองมาตรฐาน ตรานกยูงพระราชทานสีเขียว ในการประชุมได้เชิญคนต้นแบบมาร่วมประชุมและเล่าประสบการณ์ 3 คน จากในเรือนจำ และเมื่อพ้นโทษก็ได้รับการดูแลต่อเนื่องจาก รพ.แม่ข่าย ซึ่งเป็นผลจากที่องค์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ได้ทรงแนะนำเมื่อปี 2565 ให้ รพ.แม่ข่ายร่วมกับเรือนจำในการดูแลภายหลังปล่อย น.ส. ธัญญาฯ คนต้นแบบ เปิดเผยว่า ขอขอบคุณโครงการกำลังใจฯ และโครงการต่างๆที่พระราชทานมาให้ผู้ต้องขัง ตนรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ โดยได้เข้าอบรมหลักสูตรต่างๆ เช่น อบรมกฎหมาย การทำอาหาร เครื่องดื่ม ได้ช่วยงานจัดสถานที่จับจีบผ้า ช่วยงานห้องสมุดพร้อมปัญญา ได้เป็นแกนนำทูบีนัมเบอร์วัน ได้นำศักยภาพของตนเองมาใช้เปลี่ยนแปลงตนเอง อบรมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง การทำบัญชีครัวเรือน เมื่อพ้นโทษได้ไปทำงานรับจ้างที่ร้านอาหารเจ จากนั้นได้รับทุนสนับสนุนจากโครงการกำลังใจฯ 10,000 บาท จึงได้ซื้ออุปกรณ์ทำเบเกอรี่ ขนมไทยสูตรเจ ปัจจุบันมีรายได้จากการขายขนมเจ วันละ 300-500 บาท ถ้าเป็นวันพระจะขายได้เพิ่มถึงวันละ 1,000 บาท ทัณฑสถานหญิงสงขลาได้ดำเนินการอบรมตามโครงการกำลังใจฯ ในหลักสูตรต่างๆ ดังนี้ 1. การให้ความรู้และให้คำปรึกษากฎหมาย 2. การอบรมการดูแลผู้สูงอายุ 18ชั่วโมง 3. เรื่องต้องรู้ก่อนการประกอบอาชีพ 4. ศาสตร์พยากรณ์ 5. อบรมพิชิตธุรกิจออนไลน์ 6. อบรม E-Commerce 7. อบรมเสริมสมรรถนะที่ต้องการจำเป็น 8. อบรมให้คพปรึกษากฎหมายออนไลน์ 9. การฝึกโยคะ 10 อบรมการเห็นคุณค่าในชีวิต 11. อบรมเตรียมพร้อมการทำงาน พลอากาศเอก สมคิดฯ กล่าวถึงความเป็นมาของการตรวจเยี่ยมทัณฑสถานหญิงสงขลาเพื่อติดตามผลการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ และกล่าวถึงความห่วงใยที่องค์ประธานทรงมีความห่วงใยแก่ผู้ต้องขัง ประเทศไทยเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่มาดูแลช่วยเหลือ ดูแลผู้ต้องขัง การจัดอบรมอาชีพ การนำข้อกำหนดกรุงเทพฯหรือ Bangkok Rules และข้อกำหนด Mandela Rules มาใช้ปฏิบัติ การได้มาอยู่ในที่นี้ได้มีโอกาสฝึกอาชีพ เรียนรู้ความรู้ต่างๆ เมื่อเราพ้นโทษได้เจอญาติพี่น้อง ได้หางานทำอย่างสุจริตด้วยมองเห็นคุณค่าตนเอง เราสร้างตนเองใหม่แม้รายได้จะมากหรือน้อยเราก็ใช้จ่ายตามกรอบที่เราหามาได้ ทุกคนมีโอกาสที่จะใช้ชีวิตภายนอกได้ มีบทเรียนชีวิตที่นำไปสอนลูกหลานได้ ต่อมาได้เชิญผู้แทนพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ให้ข้อมูลว่าผู้ต้องขังสามารถติดต่อขอรับการสงเคราะห์ค่ารถ การรับคนไปอยู่บ้านพักเด็ก การจัดอบรมให้ผู้สูงอายุ เป็นต้น และหลังพ้นโทษสามารถไปรับการอบรมอาชีพจากศูนย์พัฒนาสตรีภาคใต้ จากนั้นเยี่ยมชมภายในแดนหญิง ได้แก่ การฝึกอาชีพในด้านต่างๆ เช่น การทอผ้า, งานฝีมือ, ขนมไทย, เบเกอรี่, ดูดวง, การดูแลผู้สูงอายุ กิจกรรมที่น่าสนใจและเป็นการต่อยอดจากที่องค์ประธานทรงให้ไว้ คือ การทดลอง lives ขายของ (ขายกระเป๋าผ้าฝ้าย) ซึ่งผู้ต้องขังได้รับการอบรมหลักสูตรพิชิตธุรกิจออนไลน์และพลเมืองดิจิทัลโดยสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) ต่อมาได้เยี่ยมชมมุมปลูกกฎหมายใส่ปัญญา และห้องแม่และเด็ก พร้อมรับชมการแสดงของผู้ต้องขัง 2 ชุด นางมารียำ (ขอสงวนนามสกุล) ผู้ต้องขังที่มีฝีมือการตัดเย็บเสื้อผ้า กล่าวขอบคุณโครงการกำลังใจฯ ตนมีความซาบซึ้งในน้ำพระทัยของพระองค์ภา ซึ่งในปี 2549 ตนยังอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงกลางมีโอกาสเฝ้ารับเสด็จพระองค์ภาด้วยทำให้มีความตั้งมั่นในการเรียนรู้ฝึกฝนเรื่องการตัดเย็บ เมื่อมีโอกาสได้ย้ายกลับมาอยู่ที่ทัณฑสถานหญิงสงขลา ได้มีโอกาสฝึกอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้าต่อตามที่ตนถนัด ได้สอนเพื่อนๆ ร่วมสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ให้กับทัณฑสถานตนเองรู้สึกภาคภูมิใจมากและไม่นานมานี้ได้รับทราบว่าผู้ประกอบการร้านชบานวดเพื่อสุขภาพแจ้งว่าขอจองตัวไปทำงานเย็บเสื้อผ้าเครื่องแบบพนักงานนวด เย็บผ้าปูที่นอน หมอน ของใช้ ทำให้ตนเองมีความดีใจยิ่ง ตนสัญญาว่าจะนำความรู้ความสามารถที่มีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ “องค์ประธานโครงการกำลังใจฯ ท่านคงจะดีพระทัยมากที่เห็นพวกเราได้ตั้งใจทำในสิ่งที่ดี ชีวิตเรายังมีความหวังถ้าเราหยุดคิด เราก็หยุดเพียงเท่านี้ คนต้นแบบทั้ง 3 คนที่มาให้กำลังใจเพื่อนๆ ซึ่งออกไปแล้วก็หางานทำ และสามารถยืนหยัดอยู่ได้ด้วยมีอาชีพที่ได้เรียนมา และมีการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎระเบียบซึ่งเป็นสิ่งที่เราได้ติดตัวไป เวลาไปทำงานเรามีระเบียบผู้ประกอบการก็ชอบเพราะรู้หน้าที่เชื่อฟังผู้ประกอบการ เรามีการปรับตัวเข้ากับสังคมได้ดี สถานที่แห่งนี้เป็นสถานที่ๆทำให้เราแข็งแกร่ง ทั้งร่างกายและจิตใจ ได้ใช้ความสามารถในการแสดงหรือกิจกรรมต่างๆได้ ขอขอบคุณทุกคนที่ได้แสดงฝีมือในการทำขนมไทย เบเกอรี่ และอาชีพงานต่างๆ “ พลอากาศเอก สมคิด กล่าว ในวันที่ 21 กันยายน 2566 เวลา 09.00 น. ได้มีการประชุมร่วมกับสถานประกอบการและหน่วยงานแรงงานจังหวัด ผู้เข้าประชุมประกอบด้วย พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ นางจิรภา สินธุนาวา ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรม และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ นายวรณัฏฐ์ หนูรอต รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา นางรัศมี สุวรรณหงษ์ ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงสงขลา นายนพดล นมรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสงขลา นางวริญญา หมาดเหล่ แรงงานจังหวัดสงขลา นางอัญชลีพร นาคะโร จัดหางานจังหวัดสงขลา นางสาวสุขศรี ไล่กสิกรรม สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน 12 จังหวัดสงขลา นางสายพิณ ชูเพชร สำนักงานประกันสังคมจังหวัดสงขลา นายชยพล กังพานิช สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา นางวิไลวรรณ สุวรรณรักษา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา และมีผู้ประกอบการที่รับผู้พ้นโทษเข้าทำงานในสถานประกอบการ ได้แก่ ร้านชบานวดเพื่อสุขภาพ ห้างหุ้นส่วนเอสไลนฺพาวเวอร์ ร้านฟอร์ยู By นางสาวกนกวรรณ ทำเล็บเจลและต่อขนตา ได้มาเข้าร่วมประชุม พลอากาศเอก สมคิดฯ กล่าวเปิดประชุมและขอบคุณผู้ประกอบการโดยผู้ประกอบการทำให้ ผู้ต้องขังได้มีงานทำและที่ผ่านมาจะเห็นว่า อาชีพนวดเป็นที่ต้องการของตลาดและอนาคตยังมีอาชีพการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น ผอ. รัศมี ฯ แจ้งว่า ในเดือน ต.ค. ถึง ธ.ค. 2566 มี ผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ 45 คน (ทำงานที่มีผู้รับจ้าง 16 คน เกษตร 3 คน, ค้าขาย 14 คน, อิสระ 2 คน และอื่นๆ) เจ้าของร้านชบานวดไทย กล่าวว่า อาชีพนวดไม่ใช้ต้นทุนใดๆ และยกตัวอย่างกรณี น.ส.ศิริพรรณ ว่าเมื่อพ้นโทษได้ติด EM ซึ่ง น.ส.ศิริพรรณ ได้เข้ามาหาซึ่งทางร้านตื่นเต้นมากแต่ได้บอกให้อดทน และได้แก้ปัญหาโดยให้ใส่กางเกงจั๊มขาเพื่อปิดเครื่อง EM นายสนิท จันทร์แก้ว เจ้าของ บริษัทเอสไลน์ จำกัด กล่าวว่า ยินดีรับ ผู้ต้องขังจำนวนมากเข้าทำงานและเสนอว่าเรือนจำ/โครงการควรมีการประชาสัมพันธ์เรื่องการให้โอกาส ผู้ต้องขังเข้าทำงาน ผอ.สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานฯ กล่าวว่า ในปีต่อไป หน่วยงานแรงงานพร้อมปวารณาตัวการพัฒนาฝีมือ ทักษะให้ผู้ต้องขัง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการบ้านข้อใหญ่ของ จ.สงขลา และขอขอบคุณผู้ประกอบการที่ให้โอกาสผู้ต้องขัง และจะรับทุกเรื่องไปดำเนินการต่อไป

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved