Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

29 ต.ค. 2566
คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี

เมื่อวันที่ 17 - 18 ตุลาคม 2566  พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรีได้รับเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2563 นายขวัญไชย สันติภราภพ ผู้บัญชาการเรือนจำกลางนครปฐม รักษาราชการแทน ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวต้อนรับพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ การลงพื้นที่ ณ เรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี เพื่อติดตามงานที่สมเด็จพระเจ้าลูกธอฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาทรงทำไว้ และสมเด็จพระเจ้าลูกธอฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา เคยรับสั่งไว้ว่าอาชีพการงานที่ฝึกให้ผู้ต้องขังต้องปรับให้เป็นไปตามสมัย เช่นปีที่ผ่านมาได้เปิดสอนขับรถแบคโฮ และอาจมีอาชีพอื่นๆ ที่จะช่วยเหลือผู้ต้องขังได้ จึงขอให้ช่วยกันพิจารณาตามความเหมาะสม จากนั้นพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง และคณะได้เยี่ยมชมภายในแดนหญิง ในกิจกรรมต่างๆ การฝึกอาชีพในฐานต่างๆ ได้แก่ ทอผ้า, ตะกร้าเมคราเม่, การดูดวงไพ่ยิปซี, เสริมสวย, รีดผ้า, อาหารและขนมไทย เครื่องดื่ม ชมการแสดงของผู้ต้องขังหญิง 2 ชุด ได้แก่ โยคะประกอบเพลงใจนำทาง, คีตะมวยไทย คนต้นแบบได้กล่าวให้กำลังใจกับผู้ต้องขัง จำนวน 4 ราย จากนั้นผู้ตัวแทนผู้ต้องขัง ได้กล่าวแสดงความรู้สึก ที่ได้รับโอกาสจากโครงการกำลังใจฯ โดยทำงานในร้านกาแฟ จึงได้เรียนรู้การจัดการการบริหารในร้านกาแฟ และขอนำความรู้ที่ได้รับการฝึกอบรมไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อไป และขอขอบคุณในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกธอฯ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา วันที่ 18 ตุลาคม 2566 คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ร่วมประชุมกับหน่วยงานแรงงานและผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดกาญจนบุรี ได้กล่าวถึงการติดตามผู้ต้องขังที่ได้อบรมการขับรถแบ็คโฮ ซึ่งมี 2 ราย คือ นายสมจิตรฯ และ น.ส.ทวีพรฯ ซึ่งปัจจุบันทำงานกับส่วนบริหารเครื่องจักรกลที่ 1 ท่าม่วง จ.กาญจนบุรี สำนักงานจัดหางานจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า ได้ประสานกับเรือนจำเป็นระยะ รวมทั้งได้ติดต่อวิทยากรเพื่อไปสอนวิชาต่างๆ ให้เรือนจำ ซึ่งในปี 2567 จะดำเนินการให้มากขึ้นรวมทั้งประสานสถานประกอบการต่างๆ ให้รับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ทั้งนี้ ได้มีสถานประกอบการ จำนวน 3 แห่ง เข้าร่วมประชุม โดยมี ผู้บริหารเมืองมัลลิกา (สถานที่จำลองเมืองในประเทศไทยสมัย ร.ศ. 124) กล่าวว่าในปี 2565 ได้รับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ซึ่งในช่วงแรกจะไม่ทราบว่า เป็นอดีตผู้ต้องขังแต่เมื่อทราบก็ได้บอกว่า อดีตไม่ต้องไปคิดถึง แต่ขอให้คิดถึงปัจจุบัน รวมทั้งได้สอนทำอาหารเช่น แกงเขียวหวาน น้ำพริกต่างๆ ซึ่งผู้พ้นโทษสามารถทำได้ดี, ผู้บริหารร้านขนมจีนแม่นิด กล่าวว่า ได้รับผู้พ้นโทษเข้ามาทำงานในร้าน และมีเพื่อนๆของผู้พ้นโทษมาสมัครงานซึ่งก็ได้รับเข้าทำงาน และอนุญาตให้ทำขนมซึ่งได้ฝึกวิชาชีพจากเรือนจำมาขายในร้านขนมจีนด้วย, ผู้จัดการร้านแก้วของฝาก กล่าวว่า เคยรับผู้พ้นโทษมาทำงานและพบว่า ผู้พ้นโทษที่รับเข้าทำงานทุกคน สู้งานและมีความอดทนสูง และเมื่อขยายสาขาก็ยินดีรับผู้พ้นโทษเข้าทำงานอีก คณะบดีคณะมนุษย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏกาญจนบุรี กล่าวว่า ยินดีเข้ามาช่วยโดยปัจจุบันมหาวิทยาลัยกำลังทำโครงการธนาคารหน่วยกิต ซึ่งน่าจะนำมาปรับใช้กับผู้ต้องขังที่ได้อบรมฝึกวิชาชีพอย่างหลากหลายในเรือนจำ รวมทั้งกำลังทำโครงการ start up ก็อาจนำมาปรับใช้กับผตข.ในกรณีที่จะออกไปทำอาชีพอิสระ ร้อยโท ทศพล ไชยโกมินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี กล่าวว่า จังหวัดยินดีที่จะให้การสนับสนุนและบูรณาการกับทุกภาคส่วนเพื่อส่งเสริมโครงการกำลังใจฯ

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved