10 พ.ย. 2566
กองทุนกำลังใจฯติดตามผลการดำเนินงาน ณ นครศรีธรรมราช
เมื่อวันที่ 7 - 8 พฤศจิกายน 2566 คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช นำโดยพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยผู้บริหาร โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เสด็จเปิดโครงการกำลังใจฯ เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2553 เสด็จเยี่ยมและเปิดอาคารหลารวมใจเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2562 และเสด็จอีกครั้งตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2563 การฝึกวิชาชีพของผู้ต้องขังหญิง ได้แก่ จักสาน, ทำผ้ามัดย้อม, เสริมสวย, ถักโครเชต์, อาหารและเบเกอรี่ และศาสตร์พยากรณ์ การอบรมที่กองทุนกำลังใจฯ จัดให้เพิ่มเติม คือ การอบรมออนไลน์เรื่องเกี่ยวกับโซเชียล, กฎหมายเบื้องต้นและการอบรมการดูแลผู้สูงอายุ 18 ชั่วโมง และ 70 ชั่วโมง พลอากาศเอก สมคิด กล่าวเปิดประชุมว่า เรือนจำกลางนครศรีธรรมราช เป็นเรือนจำเป้าหมายในโครงการกำลังใจฯ โดยเห็นว่า ผู้ต้องขังหญิงควรได้รับการดูแลเรื่องอาชีพ สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวสนับสนุนการช่วยเหลือผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษแล้ว และยินดีสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ จากนั้นพลอากาศเอกสมคิดฯ และคณะกรรมการฯ เยี่ยมชมภายในแดนหญิง พูดคุยกับผู้ต้องขังหญิงในฐานการฝึกอาชีพ เช่น เสริมสวย, ซักรีด, การสานตะกร้า, อาหารและขนมไทย, ผ้ามัดย้อม, ดูดวง (ไพ่ยิปซี) เยี่ยมชมมุมปลูกกฎหมายและมุมอาชีพที่เรือนจำนำมาแสดงให้ดูว่าได้ดำเนินการตามแนวทางของกองทุนกำลังใจฯ ชมการแสดง 2 ชุด คือ ดนตรีไทย ขับร้องประสานเสียงบ้านเกิดเมืองนอน และระบำบาติก และคนต้นแบบ จำนวน 3 คน ได้พูดให้กำลังใจกับผู้ต้องขัง ได้แก่ 1.นายเดชฯ ปัจจุบันเป็นเกษตรกรและได้รับทุนจากกรมราชทัณฑ์ จำนวน15,000 บาท และได้นำวิชาที่ได้อบรมจากเรือนจำไปต่อยอดในการทำอาชีพ และขอให้พวกเรามีจิตใจที่เข้มแข็ง เพราะมีหน่วยงานและเพื่อนๆ พร้อมให้โอกาส 2.น.ส.พรรณิษาฯ ประกอบอาชีพค้าขาย กล่าวว่า รู้สึกเสียดายเวลาที่จำคุกในเรือนจำเป็นเวลา 9 ปี แต่ไม่ได้เก็บเกี่ยวอาชีพต่างๆ ที่เรือนจำสอนให้ผู้ต้องขังมากเท่าที่ควร และขอบอกทุกคนว่าชีวิตภายนอกไม่ใช่เพียงการอาบน้ำ ทานข้าว ฝึกงาน แต่เป็นการต่อสู้ ดิ้นรน ดังนั้นสิ่งใดที่เรือนจำมีให้ฝึกอบรม ขอให้ทุกคนขวนขวายเพราะความรู้เป็นสิ่งที่ติดตัวเราไป 3.น.ส.ศุภนันท์ฯ ประกอบอาชีพรับจ้างทำงานในสถานประกอบการโดยทำหน้าที่เป็นผู้ประสานงาน กล่าวว่า เมื่อออกไปใช้ชีวิตภายนอก เราต้องทำเองทุกอย่างและขอบอกทุกคนว่าขอเป็นกำลังใจให้ทุกคน และทำใจให้สบายๆ ความสุขอยู่ที่ใจตนเองและเราจะชนะในทุกอย่าง และอยากให้ทุกคนมีจิตใจเข้มแข็ง ถ้าอยากมีชีวิตแบบไหน ขอให้ตั้งใจไว้แล้วเราจะได้ชีวิตแบบนั้น พลอากาศเอกสมคิดฯ กล่าวให้กำลังใจ ว่า คนต้นแบบได้มาเล่าให้ฟังเพราะเป็นเรื่องที่ไม่สามารถตีค่าเป็นตัวเงินโอกาสที่พวกเราได้รับจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่เข้าใจความเป็นอยู่ของผู้ต้องขัง ทรงให้อภัยและให้โอกาส ดังนั้นสิ่งสำคัญคือจิตใจเราเองโดยวิธีการที่จะไม่ให้กลับมาอีกคือ เรียนรู้ทุกอย่างที่เรือนจำจัดให้