Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

15 ธ.ค. 2566
พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือฯ ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง

พิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือ ระหว่าง กองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา กับสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ กระทรวงศึกษาธิการ และกรมราชทัณฑ์ กระทรวงยุติธรรม เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา และถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม 2566 เวลา 10.30 น. ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง กรุงเทพมหานคร
วันนี้เวลา 11.00 น. กองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ร่วมกับกระทรวงศึกษาธิการโดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ และกระทรวงยุติธรรม โดยกรมราชทัณฑ์ จัดพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือเพื่อพัฒนาผู้ต้องขังให้เป็นผู้มีความพร้อมในการกลับสู่สังคมในศตวรรษที่ 21 ที่มาของการจัดพิธีลงนามในวันนี้สืบเนื่องมาจากในในปี พ.ศ. 2564 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคยพระราชทานแนวทางที่จะให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กระทรวงศึกษาธิการเข้ามาช่วยพัฒนาผู้ต้องขัง จนถึงขั้นที่มีการยกร่างบันทึกความเข้าใจ และเตรียมที่จะมีการลงนามร่วมกันระหว่างกองทุนกำลังใจฯ และสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ซึ่งต่อมาคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯที่นำโดยพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ได้มีโอกาสประชุมร่วมกับ พลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อต้นเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2566 จึงได้นำเรื่องดังกล่าวขึ้นมาหารือเพื่อสืบสานพระประณิธานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการยินดีที่จะสานต่อแนวทางพระราชทานดังกล่าว รวมทั้งถือเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันประสูติของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ด้วย
ทัณฑสถานหญิงกลางแห่งนี้ เป็นเรือนจำที่ถือเป็นจุดก่อเกิดของโครงการกำลังใจในพระดำริ พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยในปี พ.ศ. 2544 สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี  กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จมาเยี่ยมผู้ต้องขัง และรับสั่งกับผู้ต้องขังว่า เมื่อสำเร็จการศึกษาจะกลับมาช่วยเหลือ และเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2549 จึงได้เสด็จมาช่วยเหลือผู้ต้องขังและเป็นจุดเริ่มต้นของโครงการกำลังใจฯ ที่ได้ช่วยเหลือผู้ต้องขังมาตลอดจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 17 ปีเศษ และมีเรือนจำในโครงการกำลังใจฯ ที่ทรงช่วยหลือไปแล้ว 28 แห่ง
ข้างต้นคือ พระมหากรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่ต่อชาวราชทัณฑ์และต่อกระทรวงยุติธรรม และพระมหากรุณาธิคุณอีกประการ ที่มาจากการทรงงานของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ โดยทรงนำบทเรียนที่ดีที่เกิดจาก     การให้ความสำคัญกับเด็กติดผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์ และการเข้าใจถึงทุกข์ยากของผู้หญิงที่ต้องรับโทษจำคุก ณ ทัณสถานหญิงกลางแห่งนี้ รวมทั้งการช่วยเหลือผู้ต้องขังหญิงในมิติต่างๆ ไปนำเสนอในเวทีต่างประเทศ       และต่อมาเวทีของสประชาติ ได้ให้การยอมรับในแนวทางดังกล่าวในชื่อของ Bangkok Reules หรือข้อกำหนดกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นมาตรฐานสากลที่ใช้กับผู้ต้องขังหญิงทั้งในประเทศไทยและทั่วโลกมาจนถึงปัจจุบัน
กระทรวงศึกษาธิการโดยการนำของพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ จึงได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หารือร่วมกับคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ และกรมราชทัณฑ์ ในการจัดทำบันทึกความเข้าใจความร่วมมือขึ้นซึ่งในบันทึกดังกล่าวประกอบด้วยหน่วยงาน 4 หน่วยที่จะลงนาม  ในบันทึกดังกล่าว ได้แก่ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา กรมส่งเสริมการเรียนรู้ หารือร่วมกับคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ และกรมราชทัณฑ์ โดยแต่ละหน่วยจะเข้ามาทำหน้าที่เพื่อสนับสนุนและผลักดัน ให้ผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาในทุกมิติเพื่อกลับคืนเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณภาพและมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ของสังคม โดยกระทรวงศึกษาธิการได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนภารกิจความร่วมมือในการพัฒนาผู้ต้องขังภายใต้โครงการกำลังใจฯ  ซึ่งประกอบด้วยคณะกรรมการ 4 ด้านได้แก่ คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรด้านทักษะชีวิต คณะกรรมการพัฒนาหลักสูตรด้านทักษะอาชีพ คณะกรรมการกิจกรรมแนะแนวอาชีพ และคณะกรรมการติดตามประเมินผล
สำหรับกรอบขอความร่วมมือระหว่างหน่วยงานจะประกอบด้วย การร่วมกัน กำหนดกรอบ แนวทาง และแผนงาน การจัดฝึกอบรมวิชาชีพ ในสาขาวิชาที่เกี่ยวข้อง ให้แก่ผู้ต้องขัง ในโครงการกำลังใจ, การจัดกิจกรรมแนะแนวอาชีพ ให้แก่ผู้ต้องขัง ในโครงการกำลังใจ , การสำรวจความต้องการอาชีพของผู้ต้องขัง ในโครงการกำลังใจ, การพัฒนาหลักสูตรการจัดการเรียนการสอน และการฝึกอบรมวิชาชีพ ,การจัดให้มีการฝึกอบรมทักษะวิชาชีพ  การพัฒนาทักษะชีวิต และทักษะที่จำเป็น เพื่อยกระดับความรู้ให้แก่ผู้ต้องขังในโครงการกำลังใจ เพื่อนำไปประกอบอาชีพ, การสนับสนุน และร่วมมือด้านบุคลากร อุปกรณ์การเรียนการสอน เอกสาร ตำรา อาคาร สถานที่ ตามที่ทั้งสี่ฝ่ายตกลงร่วมกัน, การติดตามประเมินผลการดำเนินงาน และการประชาสัมพันธ์โครงการ และผลการดำเนินงาน
อนึ่งสาระสำคัญประการหนึ่งที่จะอยู่ในหัวข้อการพิจารณาคือ จะต้องปลูกฝังให้ผู้ต้องขังได้มีความรู้ ความเข้าใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ เนื่องด้วยสถาบันพระมหากษัตริย์ได้เข้ามาช่วยเหลือและพัฒนาผู้ต้องขังในโครงการต่างๆ เช่น ด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ในเรือนจำภายใต้โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความดีเพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาอาชีพและจิตใจ       ภายใต้หลายๆ โครงการ เช่น โครงการห้องสมุดพร้อมปัญญา โครงการทูบีนัมเบอร์วัน โครงการกำลังใจฯ การน้อมนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของรัชกาลที่ 9 มาปรับใช้ในการเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย และโครงการโคกหนองนา น้ำใจแห่งความหวัง เป็นต้น ซึ่งโครงการเหล่านี้หากมีการถ่ายทอดและทำให้ผู้ต้องขังเข้าใจว่า สถาบันพระมหากษัตริย์ทรงห่วงใยและช่วยเหลือประชาชนทุกหมู่เหล่าไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใด จะเป็นส่วนช่วยทำให้เกิดความมั่นคงในชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์อย่างแน่นอน 
ภายหลังการลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือแล้ว จะมีการเริ่มดำเนินงาน หรือการ kick off โครงการในช่วงเดือนมากราคม 2567 เป็นต้นไป โดยจะมีการลงไปแนะแนวให้กับผู้ต้องขังในเรือนจำต่างๆ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับทราบถึงแนวทางการวางแผนชีวิตภายหลังพ้นโทษ และจากนั้นจะมีการลงไปให้ความรู้เพิ่มทักษะในด้านต่างๆ ที่ตรงตามความต้องการและตรงกับตลาดแรงงานภายนอก
สำหรับกระทรวงยุติธรรม โดยพันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง ได้พร้อมที่จะสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาทักษะในด้านต่างๆ  ที่กระทรวงศึกษาจะนำมาให้ผู้ต้องขัง อีกทั้งกระทรวงยุติธรรมโดยกรมราชทัณฑ์ จะขอน้อมนำ Model ที่เกิดขึ้นจากการลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือและผ่านการติดตามประเมินผลแล้วไปปรับใช้ในเรือนจำต่างๆ ทั้งประเทศ เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รับการพัฒนาอย่างครบถ้วนและรอบด้าน
การจัดงานในวันนี้มีผู้บริหารกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงยุติธรรมเข้าร่วมจำนวนมาก ได้แก่ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และผู้บริหารของกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงศึกษาธิการ และคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ โดยก่อนพิธีลงนามจะมีการเปิดกรวยดอกไม้สักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล โดยพลอากาศเอก สมคิด สุขบางกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจ จากนั้นรับชมวีดิทัศน์โครงการกำลังใจฯ และหลังจากรับชมวีดิทัศน์แล้ว พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวต้อนรับ และพลตำรวจเอก เพิ่มพูน ชิดชอบ กล่าวสนับสนุนการดำเนินงานของกระทรวงศึกษาธิการ และในเวลาประมาณ 11.30 น. จะเป็นการลงนามในบันทึกความเข้าใจและความร่วมมือ
ภายหลังพิธีลงนามเสร็จสิ้นจะมีการแสดงของผู้ต้องขังหญิงจากทัณฑสถานหญิงกลาง จำนวน 1 ชุด ในชื่อ ความฝันอันสูงสุด และจากนั้นคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการและกระทรวงยุติธรรม เยี่ยมชมนิทรรศการที่อธิบายถึงที่มาและกิจกรรมในด้านต่างๆ ที่โครงการกำลังใจฯได้เข้ามาพัฒนาผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำต่างๆ ตลอดระยะเวลา 17 ปีเศษ และชมการสาธิตการฝึกวิชาชีพในฐานต่างๆ ได้แก่ การวาดภาพ ศาสตร์พยากรณ์ เครื่องศิลาภรณ์ สปากระเป๋า สิ่งประดิษฐ์ และการประกอบอาหาร จากนั้นได้เยี่ยมและมอบของที่ระลึกให้กับเด็กติดผู้ต้องขัง จำนวน 11 ราย และผู้ต้องขังหญิงตั้งครรภ์ จำนวน 16 ราย
ท้ายสุดคณะผู้บริหารทั้งสองกระทรวงได้ร่วมรับประทานอาหาร ณ ครัวชวนชม ซึ่งเป็นครัวที่จัดให้เป็นพื้นที่ฝึกการให้บริการของผู้ต้องขังหญิงรวมทั้งการฝึกอาชีพด้านอาหาร เครื่องดื่มและเบเกอรี่ให้กับประชาชนภายนอก โดยอาหารที่ขึ้นชื่อและมีชื่อเสียงของครัวชวนชม ได้แก่ ผัดไทห่อไข่ ไข่พะโล้ แกงไตปลา แกงเหลืองกุ้ง ขนมบัวลอย กล้วยบวชชี เต้าทึงเย็น-ร้อน จากนั้นคณะผู้บริหารได้เยี่ยมชมร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของเรือนจำ รวมทั้งทดลองการให้บริการนวดแผนไทยของผู้ต้องขังหญิงที่ผ่านการฝึกฝนมาเป็นอย่างดี

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved