28 ม.ค. 2567
คณะกรรมการกองทุนฯติดตามผลการดำเนินงาน ณ หญิงเชียงใหม่
คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ติดตามการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 23 - 24 มกราคม 2567 นำโดย พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่เพื่อติดตามการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ในการลงพื้นที่ครั้งนี้เป็นการติดตามการดำเนินงานจากที่มาประชุมกับเรือนจำ ในปี 2566 รวมทั้งจะเชิญหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเยี่ยมชมการฝึกอาชีพในฐานต่างๆ และพูดคุยเพื่อให้ข้อมูลการเตรียมพร้อมก่อนพ้นโทษ นางสุนันทา คงพากเพียร ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ รายงานกิจกรรมที่กองทุนกำลังใจฯ จัดให้กับผู้ต้องขังในปี 2566 ได้แก่ การอบรมดูดวง (ไพ่ยิปซี) ขั้นพื้นฐานและขั้นสูง, การดูแลผู้สูงอายุ, การอบรมความรู้กฎหมาย โดยมีสำนักยุติธรรมจังหวัดและสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดเชียงใหม่มาให้ความรู้, การทำกระเป๋าผ้าและบรรจุภัณฑ์, การนวดแผนไทย ซึ่งได้เชิญคนต้นแบบและร้านลีลานวดไท มาเป็นวิทยากร ได้ทุนประกอบอาชีพ จำนวน 20,000 บาท ซึ่งในปี 2566 มีผู้ต้องขัง ได้รับทุน จำนวน 5 ราย มีจำนวนสถานประกอบการที่รับผู้พ้นโทษเข้าทำงานมี จำนวน 5 แห่ง (ปี 65) โดยจะเห็นว่ามีสถานประกอบการเพิ่มขึ้น รวมทั้งมีความร่วมมือที่เป็นทางการมากขึ้น โดยการทำ MOU กับภาคเอกชน จำนวน 5 แห่ง และคนต้นแบบที่เปิดเผยตนเอง ในปี 2566 จำนวน 24 ราย และในปี 2567 มีเพิ่ม 6 ราย (รวม 30 ราย) จากนั้นเยี่ยมชมและชมการแสดงของผู้ต้องขังหญิงภายในแดนหญิง ได้แก่ ห้องแม่และเด็ก, การทอผ้า, การตัดเย็บเสื้อผ้า, การปักผ้า, ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากผ้า เช่น กระเป๋า, ย่าม ซึ่งผลิตภัณฑ์ 12 ชนิด ได้นำมาจำหน่ายภายใต้แบรนด์ Inspire พลอากาศเอกสมคิดฯ กล่าวถึง ความต้องการในการอบรมของผู้ต้องขังหญิง เช่น เรื่องของภาษาเช่น ภาษาอังกฤษ ภาษาจีน ภาษาเกาหลี ซึ่งปัจจุบัน ผู้ต้องขังอบรมออนไลน์กับวิทยากรจากกรุงเทพมหานคร แต่มีข้อจำกัดในการเรียน ดังนั้นหากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ เข้ามาสอนเพิ่มเติมอาจทำให้ ผู้ต้องขังมีความรู้ที่ดีขึ้น สื่อสารในภาษาต่างๆ ได้ดีกว่าเรียนออนไลน์อย่างเดียว โดยหากมีการจัดการอบรมต่อเนื่องควรให้เป็นผู้ต้องขังกลุ่มเดิมเพื่อการต่อยอด และไม่เป็นการไปเริ่มนับหนึ่งใหม่ นายวรวิทย์ ชัยสวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า จังหวัดจะเป็นหน่วยงานกลางในการดึงสถาบันการศึกษา เช่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, มหาวิทยาลัยพายัพ มาพูดคุยกับเรือนจำเพื่อให้มีความหลากหลายของสถาบันการศึกษา โดยจะเน้นเรื่องการให้ความรู้ด้านภาษาต่างๆ เพื่อการสื่อสารให้ผู้ต้องขังและหากเป็นไปได้อาจเชิญกองทุนกำลังใจฯมาร่วมประชุมกับสถาบันการศึกษาต่างๆ ในคราวที่มาตรวจเยี่ยมเรือนจำอำเภอฝาง