Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

27 พ.ค. 2567
คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ลงพื้นที่เรือนจำอำเภอเกาะสมุย

คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ลงพื้นที่เรือนจำอำเภอเกาะสมุย ระหว่าง 5 - 6 มีนาคม 2567 เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565 โครงการกำลังใจฯ และพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง ได้ลงพื้นที่ติดตามงาน ครั้งที่ 1 ในช่วงปลาย เดือนมีนาคม 2566 
ผู้บัญชาการเรือนจำได้นำเสนอข้อมูลความคืบหน้าในการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ตามที่ได้แนะนำไว้เมื่อครั้งคณะกรรมการลงพื้นที่ครั้งที่ 1 ปัจจุบันมีผู้ต้องขัง จำนวน 557 คน 
มีผู้ต้องขัง ได้ทำงานในสถานประกอบการ จำนวน 26 คน (เดิม มีเพียง 2 - 5 คน) ได้ฝึกวิชาชีพต่างๆ เพิ่มขึ้น เช่น เสริมสวย ตัดเย็บเสื้อผ้า นวดแผนไทย ดูไพ่ยิบซี ทำขนมและอาหารนานาชาติ แม่บ้านในโรงแรม และได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากกองพัฒนานวัตกรรมฯ ในการจัดอบรมด้วย และได้มีการจัดทำ portfolio หรือสมุดพกให้ผู้ต้องขัง ที่ไปทำงานในสถานประกอบการ ซึ่งพลอากาศเอกสมคิดฯ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ ได้แนะนำเรือนจำเนื่องจาก ผู้ประกอบการต้องการความเชื่อมั่น และการรับรองจากเรือนจำ และผู้บัญการเรือนจำจะรู้จักผู้ต้องขังดีที่สุดเพราะอยู่ใกล้ชิดกันตลอดเวลา ได้มีการจัดทำมุมอาชีพ และการติดประกาศตำแหน่งงานว่าง ซึ่งพลอากาศเอกสมคิดฯ แนะนำว่า ควรทำเป็นบอร์ดให้เด่นชัด และอาจขยายตัวหนังสือให้ใหญ่ขึ้นเพื่อให้ผู้ต้องขังอ่านได้สะดวก
จากนั้นคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เยี่ยมชมแดนหญิง ชมการแสดงชุด มโนราห์สืบสานงานศิลป์ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสุราษฎร์ธานีพูดคุยกับผู้ต้องขัง กล่าวชื่นชมงานฝีมือและการแสดงของผู้ต้องขัง และแสดงให้เห็นว่า ทุกคนมีทักษะอาชีพต่างๆซึ่งในอนาคตจะได้ใช้ในการประกอบอาชีพได้ภายหลังพ้นโทษ และนโยบายกระทรวงพม. คือการค้นหากลุ่มเปราะบาง และให้ความช่วยเหลือ โดยจะมีศูนย์เร่งรัดการจัดสวัสดิภาพประชาชน (ศรส.) ทุกจังหวัด โดยพม.จะช่วยตั้งแต่แรกเกิดเสียชีวิต อีกทั้ง ยังช่วยเหลือ คนพิการ คนสูงอายุ ซึ่งผู้ต้องขังสามารถขอรับการช่วยเหลือได้ ทั้งให้ญาติไปติดต่อ ติดต่อเองผ่านเจ่าหน้าที่เรือนจำ ผู้แทนกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงให้ความสำคัญกับการมีงานทำ และมีการส่งเสริมอาชีพ และพัฒนาฝีมือแรงงาน รวมทั้งได้พูดคุยกับสถานประกอบการตลอดเวลา ดังนั้น เรื่องการทำงานขอให้ทุกคนไม่ต้องกังวล อีกทั้งยังมีโครงการส่งเสริมการมีงานทำที่บ้านด้วย ซึ่ง เมื่อพ้นโทษแล้ว สามารถมาติดต่อที่สำนักงานได้ หรือเข้าไปในเว็บไซต์ ไทยมีงานทำ ผู้แทนหอการค้า กล่าวว่า เพิ่งเข้ามาในเรือนจำเป็นครั้งแรก และจากการรับชมวีดิทัศน์โครงการกำลังใจฯ รู้สึกซาบซึ้งในพระกรุณาธิคุณของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา  และจะนำข้อมูลที่ได้ไปพูดคุยในหอการค้า ซึ่งไม่ใช่เรื่องยากที่จะเข้ามาช่วยเหลือผู้ต้องขัง และพร้อมที่จะขับเคลื่อนเรื่องนี้ต่อไป และขอให้กำลังใจกับผู้ต้องขังทุกคน และขอให้เปลี่ยนวิกฤติ ( การอยู่ในเรือนจำเป็นโอกาสในการฝึกวิชาชีพต่างๆ) ที่ปรึกษาสมาพันธ์สปา อ.เกาะสมุย กล่าวว่า สมาพันธ์ได้เข้ามาสอนทำลูกประคบและรับไปจำหน่าย รวมทั้งรับ  ไม้กวาดที่ทำจากเรือนจำไปจำหน่าย และสมาพันธ์มีเครือข่าย การนวด สปาอยู่ทั่วประเทศ ดังนั้น เรื่องการทำงานไม่ต้องห่วงว่าจะไม่มีงานทำ แต่ขอให้ฝึกฝนวิชาต่างๆ
- รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวว่า หลังจากที่ได้รับฟังภารกิจของโครงการกำลังใจฯ ก็เข้าใจโครงการมากขึ้นและจะดึงให้หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยพัฒนาผู้ต้องขังเพิ่มขึ้น และขอให้กำลังใจฯ ผู้ต้องขังทุกคนโดยขอให้ทุกคนตั้งใจในการฝึกวิชาชีพต่างๆ
-พลอากาศเอกสมคิดฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มาร่วมงานในวันนี้  โดยการมาในครั้งนี้เพื่อติดตามงานจากที่เคยได้แนะนำไว้ในปีที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า มีความคืบหน้าในหลายๆ ด้าน และยกตัวอย่างการแสดงมโนราห์ฯของผู้ต้องขัง ซึ่งเป็นทั้งการแสดงออกและเป็นการรักษาวัฒนธรรม โดยสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคยรับสั่งว่า เรือนจำเป็นแหล่งบ่มเพาะศิลปะวัฒนธรรม ดังนั้นจึงขอให้ผู้บัญชาการเรือนจำและเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นครูผู้สอนได้ฝึกฝนให้สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา เพราะ ได้ประโยชน์หลายอย่าง ทั้งรักษาวัฒนธรรม ได้ฝึกการแสดงออก และเป็นการออกกำลังกายไปในตัว โดยจากที่ได้ไปร่วมคณะตรวจเยี่ยมในโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ ได้มีการแนะนำให้ผู้ต้องขังขึ้นเรือนนอนช้าลง เพื่อมีเวลา ออกกำลังกายหรือทำกิจกรรมต่างๆ มากขึ้น ดังนั้น ในเรือนจำนี้ ก็อาจประยุกต์เรื่อง การรำมโนราห์ให้ผู้ต้องขังทุกคนได้ฝึกฝน เพื่อผลดีต่อสุขภาพ และรักษาวัฒนธรรม ในวันที่ 6 มีนาคม 2567 คณะกรรกมารกองทุนกำลังใจฯ ประชุมร่วมกับ วิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุย และศูนย์การเรียนรู้ตำบล (ศกร.)
ดังนี้ การดำเนินงานระหว่างวิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุยกับเรือนจำ ได้ MOU  เมื่อวัน 25 เมษายน 2565 ระหว่างวิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุย และเรือนจำอำเภอเกาะสมุย ในเรื่องการฝึกอาชีพให้กับผู้ต้องขัง โดยได้จัดวิทยากรเข้าสอนผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำตามหลักสูตร ดังนี้
- หลักสูตรบัญชีครัวเรือน
 -หลักสูตรการจัดดอกไม้ในโอกาสต่างๆ 
- หลักสูตรการจัดการงานแม่บ้านโรงแรม 
- โครงการฝึกอบรมลูกเสือราชทัณฑ์อาสาพัฒนาสังคม
- หลักสูตรปูกระเบื้อง
- หลักสูตรปลูกผักสวนครัว
พลอากาศเอก สมคิดฯ กล่าวขอบคุณวิทยาลัยการอาชีพเกาะสมุย และศกร.ที่สนับสนุนการดำเนินงานของโครงการกำลังใจฯ และเรือนจำอำเภอเกาะสมุย และกล่าวว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ซึ่งมีพระดำริในการจัดตั้งโครงการกำลังใจฯ ขึ้นมา ซึ่งได้ดำเนินงานมาเป็นระยะเวลา 17 ปี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้ผลักดันให้เกิด Bangkok  ซึ่งเรือนจำทั่วโลกยอมรับและนำไปปรับใช้ และในปี 2567 วิทยาลัยฯ จะจัดการเรียนการสอนหลักสูตรด้านทักษะอาชีพให้กับผู้ต้องขัง "ภายใต้โครงการกำลังใจฯ ดังนี้
- งานแม่บ้านโรงแรม (การดูแลห้องพัก)
- การซ่อมบำรุงรถจักรยานยนต์
- การซ่อมบำรุงเครื่องยนต์เล็ก
- ไฟฟ้าภายในอาคาร
- การซ่อมบำรุงเครื่องปรับอากาศ
- การซ่อมบำรุงนาฬิกาข้อมือ
การดำเนินงานระหว่างศกร.และเรือนจำ จะจัดจัดการศึกษาทั้ง 2 รูปแบบให้ผู้ต้องขัง คือ
-รูปแบบการศึกษาต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนวิทยากรเพื่อฝึกสอนอาชีพต่างๆ ให้แก่ผู้ต้องขัง ทั้งในรูปแบบกลุ่มสนใจ เช่น หลักสูตรการรำมโนราห์ หลักสูตรการทำปอเปี๊ยะสด หลักสูตรการทำซูชิ หลักสูตรการทำขนมเบื้อง 
- รูปแบบชั้นเรียนวิชาชีพ เช่น หลักสูตรการผูกผ้าในงานพิธีต่าง ๆ หลักสูตรการทำขนมเบเกอรี่ หลักสูตรการทำเล็บเจล การตกแต่งเล็บในรูปแบบต่าง ๆ หลักสูตรช่างไม้ เช่น การทำโต๊ะ การทำเก้าอี้ และการซ่อมแซม
- รูปแบบการศึกษาตามอัธยาศัย ได้ดำเนินการจัดตั้งบ้านหนังสือชุมชนขึ้นในเรือนจำ และ ผู้บัญชาการเรือนจำ ได้ขอความอนุเคราะห์ศูนย์ส่งเสริมการเรียนรู้อำเภอเกาะสมุย ในการขอยืมหนังสือจากห้องสมุดประชาชน เพื่อให้ผู้ต้องขังได้อ่าน เพราะหนังสือจะมีหลากหลาย และมีความทันสมัย

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved