1 เม.ย. 2567
เปิดโครงการปัญญาบำบัดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง
วันที่ 29 มีนาคม 2567 เวลา 09.00 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เป็นประธานเปิดโครงการปัญญาบำบัดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง โดยมีนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม รองประธานคณะกรรมกากรองทุนกำลังใจฯ และนางอาภรณ์ แก้วเวียงชัย ผู้อำนายการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมเข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว การจัดกิจกรรมนี้เป็นการสืบสานแนวทางพระราชทานในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ รวมทั้งเป็นการปฏิบัติตามข้อกำหนดกรุงเทพฯ ในเรื่องการดูแลผู้ต้องขังต่างชาติ และ เพื่อยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังต่างชาติให้นานาประเทศเห็นว่าประเทศไทยดูแลและปฏิบัติต่อผู้ต้องขังต่างชาติที่เป็นไปตามมาตรฐานของสหประชาชาติ
โครงการนี้เริ่มต้นมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 ณ เรือนจำกลางระยอง โดยพระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เป็นพระวิทยากร ได้เข้าไปทำกิจกรรมทางปัญญา โดยใช้สื่อแอนิเมชั่น เรื่อง “จิตตนคร” ซึ่งเป็นพระนิพนธ์ในสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ในการสอนผู้ต้องขังโดยปัญญาบำบัดเป็นกระบวนการที่เน้นการแก้ไขฟื้นฟูพื้นฐานทางความคิดของผู้ต้องขังที่เริ่มจาก “สติ” ไปสู่ “ปัญญา” เพื่อให้ผู้ต้องขังได้รู้จักตนเอง และเห็นคุณค่าในตนเอง และนำไปสู่กระบวนการ”คิดใหม่ ทำใหม่” และเมื่อความคิดเปลี่ยน จิตใจเปลี่ยน ก็ส่งผลต่อพฤติกรรมที่ดีขึ้นของผู้ต้องขัง และต่อมาโครงการปัญญาบำบัดได้ขยายไปยังเรือนจำอื่นๆ เช่น กาญจนบุรี ลำปาง ปทุมธานี
สำหรับทัณฑสถานหญิงกลางได้ดำเนินโครงการปัญญาบำบัดในปี 2561 ซึ่งในการจัดกิจกรรมดังกล่าวพบว่า มีผู้ต้องขังต่างชาติ มากกว่า 100 คนจาก 30 ประเทศ เข้าร่วมกิจกรรม โดยผู้ต้องขังต่างชาติที่เข้าร่วมโครงการต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้ต้องรับโทษจำคุกแต่เมื่อมีโอกาสร่วมโครงการนี้ รู้สึกว่ามีกำลังใจและมีความหวัง
ในการการจัดกิจกรรมในวันนี้ถือว่าได้พลิกฟื้น”ปัญญาบำบัด”อีกครั้งและมีผู้ต้องขังเข้าร่วมโครงการ จำนวน 77 คน โดยเป็นผู้ต้องขังต่างชาติที่เคยอบรมในปี 2561 มากกว่า 15 คน และในวันแรกของการจัดกิจกรรม พระธรรมศากยวงศ์วิสุทธิ์ได้ให้ผู้ต้องขังที่เคยเข้าร่วมโครงการในปี 2561 แสดงความรู้สึก และความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รับภายหลังจากที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งผู้ต้องขังกล่าวว่ารู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมโครงการ เพราะได้แสดงความคิดเห็นในแง่มุมต่างๆ ทำให้มีความสบายใจ มีความทุกข์น้อยลง และมีความหวังในการใช้ชีวิตมากขึ้นแม้อยู่ภายในเรือนจำ รวมทั้งต่างบอกว่า ดีใจที่โครงการกำลังใจฯเข้ามาจัดกิจกรรมนี้อีกครั้งและอยากให้จัดตลอดไป และท้ายสุดเสนอว่า หากโครงการกำลังใจฯจะจัดกิจกรรมอื่นๆให้ผู้ต้องขังต่างชาติ ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ต้องขังต่างชาติมีโอกาสได้ฝึกอาชีพ ทักษะต่างๆเช่นเดียวกับผู้ต้องขังไทย ซึ่งพลอากาศเอกสมคิด ฯ กล่าวว่า คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ยินดีที่จะเข้ามาสนับสนุนให้จัดกิจกรรมอื่นๆ และจะหารือกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป
อนึ่งการจัดกิจกรรมปัญญาบำบัดในทัณฑสถานหญิงกลางจะจัดขึ้นอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้งเพื่อให้ผู้ต้องขังต่างชาติมีกิจกรรมที่สร้างกำลังใจและความหวังและเพื่อสืบสานแนวทางในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ต่อไป