16 พ.ค. 2567
อบรมให้ความรู้และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องขัง
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรมดำเนินการจัดโครงการอบรมให้ความรู้และให้คำปรึกษาด้านกฎหมายแก่ผู้ต้องขัง ในวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง โดยมีนางสาวรสดา วงศ์รัตนานนท์ ผู้พิพากษาศาลชั้นต้นประจำกองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และนายอนันต์ คงชื่น ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ทำหน้าที่ในตำแหน่งเลขานุการแผนกคดียาเสพติดในศาลอุทธรณ์ เป็นวิทยากร มีผู้ต้องขังที่เข้าร่วมกิจกรรม จำนวน 18 คน เป็นผู้ต้องขังที่อยู่ระหว่างพิจารณาคดี ผู้ต้องขังใกล้พ้นโทษ และผู้ต้องขังผู้ช่วยงานที่ตั้งโต๊ะปรึกษาคดีภายในเรือนจำ
ในการอบรมครั้งนี้ วิทยากรได้ให้ความรู้เรื่องกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค โดยกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมุ่ง 2 ประเด็น คือ การเยี่ยวยาผู้บริโภคที่เป็นปัจเจกราย และให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลเกี่ยวกับสินค้า ถือเป็นหลักความเป็นธรรมในสังคมที่รัฐแทรกแซงโดยกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคเป็นการปกป้องผู้บริโภคโดยไม่ต้องคำนึงว่าเขาต้องการหรือไม่ เป็นการหยิบยื่นทางเลือกให้ผู้บริโภคแทนที่ผู้บริโภคจะคิดเอง และได้กล่าวถึงแนวปฏิบัติขององค์การสหประชาชาติในการคุ้มครองผู้บริโภค (theUN guidelines for consumer Protection) เป็นกรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิเคราะห์การคุ้มครองผู้บริโภค เป้าหมายของกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคมีเป้าหมายให้ผู้ประกอบธุรกิจการค้าได้นำวิชาการมาใช้ในการส่งเสริมการขายสินค้าซึ่งการกระทำดังกล่าวทำให้ผู้บริโภคตกอยู่ในฐานะเสียเปรียบ หรือบางกรณีไม่อาจระวังหรือยับยั้งการกระทำที่จะเกิดความเสียหายแก่ผู้บริโภคได้ทันท่วงที และได้บรรยายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 ที่บัญญัติว่า “ผู้บริโภค” คือ ผู้ซื้อหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจซึ่งได้รับการเสนอหรือชักชวนจากผู้ประกอบธุรกิจ เพื่อให้ซื้อสินค้า และรวมถึงผู้ใช้สินค้าหรือผู้ได้รับบริการจากผู้ประกอบธุรกิจโดยชอบแม้มิได้เป็นผู้เสียค่าตอบแทน
โดยพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภคฯ ได้กำหนดประเภทการคุ้มครองผู้บริโภค ได้แก่
1. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านการโฆษณา
2. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านความปลอดภัย
3. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านฉลาก
4. การคุ้มครองผู้บริโภคในด้านสัญญา
รวมทั้งบรรยายเกี่ยวกับพระราชบัญญัติวิธีพิจารณาผู้คดีบริโภค พ.ศ. 2551 ที่เป็นการดำเนินคดีผู้บริโภคในขั้นตอนของศาล โดยการฟ้องศาลสามารถยื่นฟ้องด้วยวาจาหรือหนังสือก็ได้ หากฟ้องด้วยวาจาเจ้าพนักงานคดีจะบันทึกรายละเอียดแห่งคำฟ้องและให้โจทก์ลงลายมือชื่อ ในกระบวนการพิจารณาคดีเจ้าพนักงานคดีจะนัดให้มีการไกล่เกลี่ยคดีก่อน และในการพิพากษาคดีศาลมีคำพิพากษาให้ผู้ประกอบธุรกิจชดใช้ค่าเสียหาย ให้ศาลมีอำนาจสั่งให้ผู้ประกอบธุรกิจจ่ายค่าเสียหายเพื่อการลงโทษเพิ่มขึ้นจากจำนวนค่าเสียหายที่แท้จริงได้ และการยื่นคำฟ้องสามารถยื่นได้ที่ศาลที่ผู้บริโภคมีภูมิลำเนาอยู่ โดยในการยื่นฟ้องได้รับการยกเว้นค่าฤชาธรรมเนียมตามหลักความสะดวกและประหยัด ทั้งนี้ ผู้เข้าอบรมได้ให้ความสนใจและให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี