Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

20 ส.ค. 2568
เสริมกำลังใจ เติมพลังชีวิต” เพื่อผู้ต้องขังหญิง ณ เรือนจำกลางระยอง

เมื่อวันที่ 14 - 15  สิงหาคม 2568
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม
ได้จัดโครงการ “เสริมกำลังใจ เติมพลังชีวิต” เพื่อผู้ต้องขังหญิง ณ เรือนจำกลางระยอง จังหวัดระยอง  โดยได้รับเกียรติจาก ดร.ดวงตา ปาวา และ ดร.อันธิฌา  แสงชัย ได้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังหญิง จำนวน 20 คน
การอบรมในวันที่ 14 สิงหาคม 2568 มีกิจกรรมดังนี้
1. กิจกรรมการแนะนำตัว 
วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมโครงการนั่งล้อมวงกลุ่มใหญ่แนะนำชื่อ กองงานที่สังกัดอยู่ จากนั้นแจกกระดาษ A4 ให้ผู้เข้าร่วมโครการเขียนข้อดี จุดแข็งของตนเอง รอบที่ 1 จำนวน 3 ข้อ รอบที่ 2 จำนวน 5 ข้อ ซึ่งในแต่ละรอบนั้นวิทยากรจะให้ผู้เข้าร่วมโครงการพูดแลกเปลี่ยนในสิ่งที่ตนเองเขียนให้เพื่อนกลุ่มใหญ่ฟัง และรอบที่ 3 จำนวน 10 ข้อ แต่เปลี่ยนมาเป็นจับคู่ พูดแลกเปลี่ยนให้คู่ของตัวเองฟัง  หลังจากนั้นวิทยากรให้ผู้เข้าร่วมโครงการเลือก 1 ข้อที่ชอบที่สุดจากทั้งหมดที่เขียน เล่าให้เพื่อนฟังว่าเพราะอะไรทำไมถึงเลือกข้อนี้ 
2. กิจกรรมวิเคราะห์ตนเอง 
วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมโครงการนั่งล้อมวงเป็นวงกลม วาดรูปในกระดาษ A4  เพื่อแนะนำตัวเองให้เพื่อนรู้จัก ในหัวข้อ “ตัวฉัน” โดยรูปที่วาดนั้นต้องสื่อถึงตัวเองโดยอิงจากการเขียนข้อดี จุดแข็งของตนเองในกิจกรรมแรก เมื่อวาดเสร็จแล้วให้ผู้เข้าร่วมโครงการทุกคนนำผลงานที่วาดพูดสะท้อนตัวตน ความรู้สึก แลกเปลี่ยนกันในกลุ่มใหญ่ โดยทั้งสองกิจกรรมข้างต้นนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รู้จักตนเอง เข้าใจตนเองเพิ่มมากขึ้น  ได้แลกเปลี่ยนมุมมองความรู้สึก ทำให้ได้รู้เรื่องราวชีวิตของกันและกัน   
3.กิจกรรมค้นหาพลังภายใน (ศิลปะบำบัด) 
วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมโครงการนำรูปที่วาดจากกิจกรรมวิเคราะห์ตนเอง มาแปะลงในกระดาษA3 และให้วาดภาพต่อเนื่องจากภาพเดิม ในหัวข้อ “อยากเห็นชีวิตเป็นอย่างไร” พร้อมกับตั้งชื่อภาพ ให้ผู้เข้าร่วมโครงการนั่งล้อมวงกลุ่มใหญ่พูดนำเสนอภาพที่ได้วาดจากกิจกรรมข้างต้น ต่อมาวิทยากรให้ผู้เข้าร่วมโครงการพิจารณาคำในการ์ด โดยตัวอย่างในรายละเอียดของการ์ดนั้นจะเขียนว่า ฉันคือ “ความมั่นคง” , ฉันคือ “การปล่อยวาง” ,  ฉันคือ “ความจริงใจ” , ฉันคือ “ความภูมิใจ” เป็นต้น ให้เลือกการ์ดจำนวน 1 ใบ โดยเป็นพลังที่จะทำให้รูปภาพที่วาดในหัวข้อ “อยากเห็นชีวิตเป็นอย่างไร” นั้น เป็นความจริงได้ และพูดแลกเปลี่ยนความคิดให้เพื่อนในกลุ่มใหญ่ฟัง วิทยากรให้นั่งหลับตา ระลึกถึงการ์ดที่เลือก มองเห็นตัวเองว่ามีพลังนั้นอยู่ภายใน  จากนั้นให้ผู้เข้าร่วมโครงการพูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้สึกจากการที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งวัน
วันที่ 15 สิงหาคม 2568 ทางวิทยากรได้นำโปสการ์ดรูปภาพต่างๆ วางให้ผู้เข้าร่วมโครงการพิจารณา รอบที่ 1 ให้เลือก “รูปที่สื่อตัวตนของตัวเอง” รอบที่ 2 เลือก “รูปในอนาคตที่อยากเป็น”  โดยแต่ละรอบที่เลือกรูปนั้นจะนั่งล้อมวงกลุ่มใหญ่เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดว่าทำไมถึงเลือกรูปนี้เพราะอะไร โดยกิจกรรมนี้เปรียบเสมือนการใช้รูปภาพแทนการใช้คำพูด เพราะบางสถานการณ์ หรืออาจจะมีบางสิ่งที่กระทบจิตใจไม่สามารถพูดออกมาได้ จึงใช้รูปภาพสะท้อนตัวตน ระบายสิ่งที่อยู่ข้างในออกมา
จากนั้นวิทยากรให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่อง “ธาตุ 4” โดยจะประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ เป็นการอธิบายบุคลิก ลักษณะนิสัยของคนแต่ละธาตุ ดังนี้
1. ธาตุดิน (ความยุติธรรม โปร่งใส) มีบุคลิกลักษณะนิสัย เช่น เป็นคนยึดติด ชอบเก็บรายละเอียด มีความชัดเจน ชอบการวางแผน ตัดสินใจช้า 
2. ธาตุน้ำ (มิตรภาพ มนุษยธรรม) มีบุคลิกลักษณะนิสัย เช่น รับฟังผู้อื่น ให้การดูแลใส่ใจคนรอบข้าง ไม่ตัดสินใจเอง มีความอดทน ใส่ใจความรู้สึก
ผู้อื่น
3. ธาตุลม (อิสรภาพ ความสร้างสรรค์) มีบุคลิกลักษณะนิสัย เช่น ตัดสินใจรวดเร็ว ชอบการเรียนรู้ ไม่ชอบลงมือทำ โน้มน้าวเก่ง ชอบความเปลี่ยนแปลง  
4. ธาตุไฟ (ความซื่อตรง คำสัญญา) มีบุคลิกลักษณะนิสัย เช่น ชอบความซื่อสัตย์ มีอารมณ์อ่อนไหว ชอบเผด็จการ  รักพวกพ้อง เป็นคนจำฝังใจ
วิทยากรให้ผู้เข้าร่วมอบรมทำ “กิจกรรมวิเคราะห์ตนเอง” โดยกิจกรรมนี้จะเป็นการวิเคราะห์ตนเองว่ามีลักษณะนิสัยตามธาตุแบบใด จับกลุ่มผู้เข้าร่วมโครงการที่มีธาตุเหมือนกัน ให้ตัวแทนกลุ่มพูดว่าทำไมถึงคิดว่าตนเองเป็นธาตุนี้ และสิ่งไหน หรือคนแบบไหนที่ไม่ชอบ  ต่อมาวิทยากรให้ผู้เข้าร่วมโครงการแต่ละคนระบายสีลงใน pie chart แล้ววิเคราะห์ตนเองทั้ง 4 ธาตุ ระบายสีแบ่งสัดส่วนของแต่ละธาตุว่าตนเองให้สัดส่วนเท่าใด โดยกำหนดว่าธาตุดินให้ระบายสีน้ำตาล, ธาตุน้ำให้ระบายสีฟ้า, ธาตุลมให้ระบายสีเขียว และธาตุไฟให้ระบายสีแดง โชว์ภาพที่ระบายสีพร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนกับเพื่อนในกลุ่ม หลังจากนั้นให้ผู้เข้าร่วมอบรมวิเคราะห์ลักษณะนิสัยของตนเองว่าเป็นธาตุอะไร เมื่อมีความสัมพันธ์กับคนรอบข้างในบทบาทต่าง ๆ ผ่านกิจกรรม ”ทบทวนความสัมพันธ์” ได้แก่ บทบาทของลูกน้อง, ลูก, เพื่อน, แม่ และแฟน ซึ่งธาตุของแต่ละคนก็จะเปลี่ยนไปตามบทบาท โดยกิจกรรมข้างต้นนี้ทำให้ผู้เข้าร่วมอบรมรู้จักตนเอง และเข้าใจถึงลักษณะนิสัย ความแตกต่างของคนรอบข้างเพิ่มมากขึ้น ซึ่งความแตกต่างนี้เมื่ออยู่ร่วมกันในสังคมต้องมีการเปลี่ยนแปลง ปรับตัวเองให้เข้ากับบริบทสถานการณ์ต่างๆ และเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น
  การอบรมโครงการในครั้งนี้ ผู้เข้าร่วมโครงการมีความกระตือรือร้นเป็นอย่างดี พร้อมทั้งบอกความรู้สึกที่มีต่อโครงการว่า เข้าร่วมโครงการนี้สนุก 
ได้เรียนรู้อะไรหลายๆ อย่าง ได้ระบายความรู้สึกที่อัดอั้นข้างใน รู้สึกดีที่ได้แลกเปลี่ยนความคิด ทัศนคติ ความรู้สึกกับคนรอบข้าง ได้รู้จักตัวตนของตนเอง และมองเห็นเป้าหมายในอนาคต เพราะในชีวิตประจำวันไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้  อีกทั้งขอบคุณวิทยากรและเจ้าหน้าที่โครงการกำลังใจฯ ที่เสียสละเวลามาให้ความรู้ และให้ความสำคัญกับผู้ต้องขัง เพราะมีความรู้สึกว่าคนภายนอกมองผู้ต้องขังไม่มีค่า แต่อย่างน้อยวิทยากรและเจ้าหน้าที่โครงการกำลังใจฯ เข้ามาให้กำลังใจ เห็นคุณค่าของผู้ต้องขัง ทำให้รู้สึกมีกำลังใจเพิ่มมากขึ้น มีพลังในการใช้ชีวิตต่อไป และอยากให้กลับมาจัดโครงการนี้อีก

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved