22 ม.ค. 2569
เรือนจำพิเศษมีนบุรีขยายผลแนวทางโครงการกำลังใจฯ
ในวันพฤหัสบดีที่ 22 มกราคม 2569 เวลา 09.30 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยนางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรมในฐานะกำกับดูแลกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ร่วมประชุมกับพันตำรวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายวัฒน์ชัย มิ่งบรรเจิดสุข ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษมีนบุรี นายขวัญขัย สันติภารภพ ผู้อำนวยการทัณฑสถานบำบัดพิเศษกลาง ณ เรือนจำพิเศษมีนบุรีเนื่องด้วย เรือนจำพิเศษมีนบุรี จะขอน้อมนำแนวทางโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา มาปรับใช้และขยายผลในเรือนจำ และในการนี้ได้เชิญ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ฯ และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เข้าร่วมประชุมและให้คำแนะนำการขยายผลแนวทางโครงการกำลังใจฯไปปรับใช้ในเรือนจำ
การลงพื้นที่ในครั้งนี้เป็นการเตรียมความพร้อมของเรือนจำพิเศษมีนบุรี ในการเข้าเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายเรือนจำโครงการกำลังใจฯ ซึ่งผลจากการประชุมดังกล่าวพบว่า เรือนจำพิเศษมีนบุรีมีความพร้อมในการนำแนวทางของโครงการกำลังใจฯ ไปขยายผลต่อไป และในโอกาสนี้กองพัฒนานวัตกรรมฯ ในฐานะรับผิดชอบโครงการกำลังใจฯ ได้จัดกิจกรรมในเชิงนวัตกรรมเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางจิตใจด้วย “หลักธรรมแบบใหม่”ที่เน้นหลักสร้างปัญญาและพัฒนาจิตใจด้วยการ “คิด วิเคราะห์แยกแยะภายใต้เหตุผล” หรือ “หลัก ค.ว.ย.ห.” โดยได้รับเมตตาจาก พระครูปลัดสิทธิวัฒน์ เจ้าอาวาสวัดไผ่ล้อม เป็นพระวิทยากร ซึ่งพระครูปลัดสิทธิวัฒน์จะเข้ามาให้ความรู้ และยกระดับจิตใจกับผู้ต้องขังในเรือนจำโครงการกำลังใจฯทุกสัปดาห์เป็นเวลา 3 เดือน และจากนั้นจะประเมินผลเพื่อการพัฒนากิจกรรมและการขยายระยะเวลาการพัฒนาผู้ต้องขังต่อไป
อีก 1 กิจกรรมที่จัดคือการให้ความรู้ด้านการวางแผนการเงินและพลังดอกเบี้ยทบต้น เพื่อสร้างทักษะการบริหารจัดการทุนชีวิตและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ รวมทั้งการวางแผนทางการเงินในอาชีพภายหลังพ้นโทษซึ่งจัดโดยธนาคารออมสินโดยกิจกรรมการให้ความรู้ทางการเงินและการวางแผนอาชีพได้รับการสนับสนุนจากธนาคารออมสินมาตั้งแต่ปี 2567 จนถึงปัจจุบันและในปี 2569 ธนาคารออมสินยังคงให้ความรู้กับเรือนจำในโครงการกำลังใจฯผ่านธนาคารในพื้นที่ทั่วประเทศ
การดำเนินงานครั้งนี้ถือเป็นการสะท้อนบทบาทของกระทรวงยุติธรรมในฐานะหน่วยงานนำร่องการสร้าง Best Practice เพื่อการคืนคนดีสู่สังคม และการบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเข้ามาช่วยพัฒนา และแก้ไข และให้โอกาสผู้กระทำผิด