Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

3 มี.ค. 2569
การเข้าเยี่ยมชมและประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทางฯ

รองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เป็นประธานในการเข้าเยี่ยมชม และประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทาง และการดำเนินงานร่วมกันกับมูลนิธิบ้านพระพร เพื่อสร้างเครือข่ายในการช่วยเหลือผู้ต้องราชทัณฑ์ภายหลังพ้นโทษ
ในวันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม 2569 เวลา 10.00 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เป็นประธานในการเข้าเยี่ยมชม และประชุมหารือเกี่ยวกับแนวทาง และการดำเนินงานร่วมกันกับมูลนิธิบ้านพระพร โดยมีนางจิรภา  สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ  พันตํารวจโท ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนางอาภรณ์  แก้วเวียงชัย ผู้อำนวยการกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของมูลนิธิบ้านพระพร  ทั้งนี้ นายสุนทร สุนทรธาราวงศ์ ผู้ก่อตั้งและที่ปรึกษามูลนิธิบ้านพระพร นายวุฒิชัย วงศ์จิโรจน์ ประธานมูลนิธิบ้านพระพร ให้การต้อนรับและนำเสนอการดำเนินงานของมูลนิธิฯ ณ มูลนิธิบ้านพระพร แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ
ในการประชุมหารือ นายสุนทร กล่าวว่า มีแผนที่จะดำเนินการหอพักชีวิตใหม่เพื่อเป็นที่พักอาศัยราคาถูกรองรับผู้พ้นโทษ ซึ่งปัจจุบันยังขาดที่ดินในบริเวณใกล้เคียง  อธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้กล่าวว่าอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงกฎหมาย ระเบียบที่เกี่ยวกับผู้พ้นโทษ ส่วนเรื่องอื่นๆ มูลนิธิฯ ทำได้ดี จะร่วมกันและสนับสนุนการทำงานต่อไปเพื่อลกอัตราการกระทำผิดซ้ำ รองปลัดกระทรวงยุติธรรมกล่าว 8 ประเด็น ได้แก่ 1) จะนำเรียนพลอากาศเอก ไพบูลย์ คุ้มฉายา เกี่ยวกับมูลนิธิฯ เกี่ยวกับงานราชทัณฑ์ปันสุข ที่ทางมูลนิธิฯ ให้การดูแลเด็ก และเด็กจะเติบโตสามารถกลับไปดูแลพ่อแม่ได้ 2) การดูแลภายหลังปล่อย สำหรับผู้ประสงค์ทำอาชีพอิสระ โครงการกำลังใจฯ มีทุน 2 ประเภท คือ จากกองทุนกำลังใจ และจาก สนง. ป.ป.ส. 20,000 บาท อาจดำเนินการร่วมกันอบรมระหว่างต้องโทษจากกรมราชทัณฑ์และมูลนิธิฯ จากนั้นคัดเลือกผู้พ้นโทษยื่นขอรับทุนจากโครงการกำลังใจฯ 3) โครงการกำลังใจฯ ส่งเสริมการทำงานในสถานประกอบการ โดยมี Platform job matching ระบบหางาน นายจ้างและผู้พ้นโทษ ให้ส่งเสริมการทำสมุดพก ร่วมกันทำงานโดยมีเครือข่ายของมูลนิธิฯ  ผนึกกำลังกัน จะช่วยให้เพิ่มโอกาสการทำงานในสถานประกอบการมากขึ้น  4) เกี่ยวกับอาชีพที่ตลาดแรงงานต้องการ อาจทำตั้งแต่ในเรือนจำ เช่น การอบรม Care giver ฝึกปฏิบัติในทัณฑสถานโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แล้วมูลนิธิฯ ออกหนังสือรับรอง มีการส่งต่อสถานประกอบการ 5)  อาจให้ผู้พ้นโทษที่เป็นหัวหน้าด้านอาหาร เบเกอรี่ จากบ้านพระพรร่วมกันคัดเลือกคนจากในเรือนจำต่างๆ มาอบรมด้านอาหาร โรงเรียน academy ด้านอาหาร เรือนจำกลางนครปฐม 6) ทางโครงการกำลังใจมีการส่งเสริมให้คนต้นแบบมาเป็นวิทยากร ในโครงการฝึกวิชาชีพจากพี่สู่น้อง  อาจขอเชิญผู้พ้นโทษจากทางมูลนิธิฯ มาร่วมเป็นวิทยากรด้วย 7) เครือข่ายผู้พ้นโทษที่โครงการกำลังใจฯ จัดพบปะปีละ 1 ครั้ง แต่ยังขาดความเข้มแข็ง ให้สามารถยืดหยัดและเผื่อแผ่ไปช่วยเหลือผู้พ้นโทษท่านอื่นได้ อาจต้องขอรับคำแนะนำจากมูลนิธิฯ  หอพักแห่งโอกาสตามที่มูลนิธิฯ วางแผนไว้  ทางโครงการกำลังใจฯ ก็มีบ้านกึ่งวิถี ปูลารายอ กาแลตาแป จ.นราธิวาส ซึ่งโครงการกำลังใจประสานของบประมาณก่อสร้างจาก สนง. ป.ป.ส. ที่จ.ขอนแก่น มีบ้านฮักขอนแก่น ทำบ้านกึ่งวิถีเช่นกัน ท่าน รมว. ก็แนะนำให้จัดทำโครงการเสนอของบทาง สนง. ป.ป.ส. เช่นกัน นายสุนทร กล่าวว่า คนต้นแบบไปเป็นวิทยากรสามารถดำเนินการได้ และเครือข่ายผู้พ้นโทษซึ่งติดต่อทางไลน์กลุ่มมีเช่นเดียวกัน สามารถติดต่อประสานงานมาดำเนินกิจกรรมร่วมกันได้
ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม พลอากาศเอก สมคิด ได้มอบอาหารแก่ตัวแทนน้องอยู่ในความอุปการะของมูลนิธิฯ ของที่ระลึกและทุนสนับสนุนการดำเนินงานมูลนิธิฯ จากนั้นนำเยี่ยมชม การดําเนินงานด้านการดูแลเด็กเล็กซึ่งเป็นบุตรของผู้ต้องขัง ห้องพยาบาล รับฟังการขับร้องประสานเสียงเพลง ธงชาติ จากน้องๆ พบปะกลุ่มเด็กและเยาวชนที่ได้รับการปล่อยตัวสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน ซึ่งปัจจุบันอยู่ในความอุปการะดูแลของมูลนิธิฯ จากนั้นเยี่ยมชมโครงการให้ความช่วยเหลือผู้พ้นโทษด้านการประกอบอาชีพค้าขาย อาทิ เบเกอรี่บ้านฉัน ชานมบ้านฉัน ลูกชิ้นทอดบ้านฉัน  ไก่ทอดบ้านฉัน พบปะทักทายกลุ่มผู้พ้นโทษซึ่งอยู่ระหว่างการพัฒนาและการฝึกอบรมวิชาชีพช่างเชื่อมโลหะ ซึ่งเชื่อมประกอบรถพ่วงจำหน่ายอาหารแบรนด์บ้านฉัน ช่างทำกีตาร์ อาคารฝึกวิชาชีพ แล้วชมอาคารเรือนนอน
มูลนิธิบ้านพระพร หรือชื่อเดิม มูลนิธิพันธกิจเรือนจำคริสเตียน เป็นองค์กรคริสเตียนที่มุ่งดำเนินงานตามแบบอย่างของพระเยซูคริสต์ โดยยึดหลักคุณธรรมและความรัก เพื่อยื่นมือช่วยเหลือผู้ต้องขัง ผู้พ้นโทษ เยาวชน และเด็กด้อยโอกาส ให้ได้รับการเปลี่ยนแปลงสู่ชีวิตที่เปี่ยมด้วยคุณค่า ความหวัง และการเเบ่งปัน โดยมูลนิธิบ้านพระพรได้ดำเนินงานร่วมกับกรมราชทัณฑ์ กรมคุมประพฤติ และกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนมาอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ รูปแบบการให้การสงเคราะห์ของบ้านพระพร มีหลายรูปแบบ ได้แก่ 1) การช่วยเหลือที่พักชั่วคราว และสนับสนุนอุปกรณ์จำเป็นพื้นฐาน  สนับสนุนค่าเดินทางเมื่อออกจากเรือนจำ ให้การฝึกวิชาชีพต่าง ๆ อย่างหลากหลาย ได้แก่ การเรียนรู้คอมพิวเตอร์ การตัดผม งานเบเกอรี่ กาแฟ เย็บผ้า รับเหมาก่อสร้าง งานช่างไฟฟ้า งานช่างแอร์ การเกษตร กีฬา ดนตรี และการทำกีตาร์ ฯลฯ 2) สนับสนุนการศึกษาให้แก่เด็กและเยาวชนที่มาขอรับการช่วยเหลือให้เข้ารับการศึกษาตามเกณฑ์อายุ 3) สนับสนุนให้ผู้พ้นโทษก้าวสู่ การเป็นผู้ประกอบการหรือประกอบอาชีพอิสระ โดยสนับสนุนด้านการบริหารจัดการ การหาทำเล การคำนวณต้นทุนทางบัญชีวัสดุอุปกรณ์ เป็นแหล่งเงินทุนในการเริ่มต้นประกอบอาชีพ 4) การสงเคราะห์ทุนประกอบอาชีพ แบบผ่อนชำระคืนในภายหลัง 5) การติดตามประเมินผลกลุ่มเป้าหมาย 
การดำเนินงานของมูลนิธิบ้านพระพร สอดคล้องกับการดำเนินงานของโครงการกำลังใจฯ ในการสร้างงาน สร้างอาชีพ ให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้มีงานทำภายหลังพ้นโทษ สามารถปรับตัว และเป็นที่ยอมรับจากชุมชนและสังคมได้ ซึ่งจะนำไปสู่การลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ และเป็นการบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วนเพื่อเข้ามาช่วยพัฒนา และแก้ไข และให้โอกาสผู้กระทำผิด

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved