8 ก.ค. 2569
จัดโครงการปัญญาบำบัดฯ ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง
โครงการปัญญาบำบัด โดยพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ และผู้ต้องราชทัณฑ์หญิงต่างชาติน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 เวลา 09.00 - 14.30 น. โครงการกำลังใจฯ ร่วมกับพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ดำเนินโครงการปัญญาบำบัดเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ผู้ต้องราชทัณฑ์หญิงต่างชาติ จำนวน 41 คน ณ ทัณฑสถานหญิงกลาง โดยเริ่มด้วยการฝึกสมาธิ เพื่อไม่ให้จิตคิดฟุ้งซ่าน หากต้องการพัฒนาตนเอง การทำสมาธิจะทำให้ตระหนักรู้ถึงความคิดและการหันกลับเข้ามาดูจิตใจตนเอง จากนั้น พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ น้อมรำลึกพระกรุณาธิคุณ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราช สาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ที่ทรงมีต่อผู้ต้องราชทัณฑ์ จนก่อเกิดโครงการปัญญาบำบัด ตั้งแต่ครั้งแรกที่เรือนจำกลางระยอง ต่อด้วยเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี จนถึงเรือนจำกลางบางขวางและทัณฑสถานหญิงกลางในปัจจุบัน โดยการรับฟัง podcast นอกจากนี้ให้รับชมคลิป การกล่าวปาฐกถาเนื่องในวันวิสาขบูชาของพระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ โดยได้บรรยายเกี่ยวกับเรื่องความสำคัญของปัญญา สติและสมาธิ และความเมตตาเพื่อสังคมที่สงบสุขในยุคปัจจุบัน โดยองค์ประกอบดังกล่าวมีความสำคัญในโลกปัจจุบัน รวมถึงการแก้ไขปัญหา ความขัดแย้งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น ในช่วงบ่าย ให้ทำความเข้าใจเรื่อง Cognitive ABC Model of Emotion การตระหนักรู้เกี่ยวกับอารมณ์ตนเอง ว่ามีความสำคัญ เพราะเมื่อเจอสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นความรู้สึก แต่ละบุคคลจะรับรู้ถึงสิ่งๆ นั้นต่างกัน ตามความเชื่อและความคิดของแต่ละคน อันจะนำไปสู่ความรู้สึกและพฤติกรรมต่าง ๆ หากรู้จักเปลี่ยนวิธีคิดให้เป็นไปในทางที่เป็นประโยชน์ ก็จะช่วยดูแลจิตใจและการเรียนรู้ของตนเอง นอกจากนี้ควรมีเมตตาต่อตนเอง ปฏิบัติต่อตนเองด้วยความเข้าใจ โดยสามารถฝึกฝนได้ผ่านการฝึกสติและสมาธิ หลีกเลี่ยงการโทษตนเอง ตัวแทนผู้ต้องราชทัณฑ์ได้กล่าวน้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอฯ ที่มีพระเมตตาต่อผู้ต้องราชทัณฑ์และทำให้พวกเธอมีโอกาสได้เข้าร่วมกิจกรรมดีๆ อย่างโครงการปัญญาบำบัด สำหรับผู้เข้าร่วมการอบรมที่จะพ้นโทษได้เข้ากราบนมัสการลาพระอาจารย์จำนวนหลายราย และ ตั้งปณิธานจะไม่นำเอาคำสอนไปยึดถือปฏิบัติ ไม่หวนกลับมากระทำผิดซ้ำอีก