28 ก.ค. 2569
โครงการกำลังใจฯ เข้าร่วมงาน A Legacy of Justice and Compassion
โครงการกำลังใจฯ เข้าร่วมงาน A Legacy of Justice and Compassion: Commemorative Event Honouring the Life and Enduring Contributions of Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati Kromluangrajasarinisiribajra Mahavajrarajadhita
วันที่ 20 กรกฎาคม 2569 สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) และ สถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (TIJ) ร่วมจัดงาน A Legacy of Justice and Compassion: Commemorative Event Honouring the Life and Enduring Contributions of Her Royal Highness Princess Bajrakitiyabha Narendiradebyavati Kromluangrajasarinisiribajra Mahavajrarajadhita ณ ห้อง Conference Room ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ ถนนราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ
การจัดงานในครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมงานจากประชาคมระหว่างประเทศมากกว่า 250 คน จาก 17 ประเทศ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระกรุณาธิคุณและพระปณิธานด้านความยุติธรรมของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ในการทรงเป็นผู้มีบทบาทสำคัญ ด้านการส่งเสริมความร่วมมือในกรอบพหุภาคีด้านกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา รวมถึงการช่วยเหลือผู้เปราะบางในกระบวนการยุติธรรมมาอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังทรงดำรงตำแหน่งทูตสันถวไมตรีของ (UNODC) ด้านการส่งเสริมหลักนิติธรรมและระบบยุติธรรมทางอาญาสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2560 เป็นต้นมา หลักคิดและพระกรณียกิจของพระองค์ยังคงเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในด้านการเสริมสร้างหลักนิติธรรม กระบวนการยุติธรรม และการปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชนสืบไป
ในโอกาสนี้ ผู้แทนจากองค์การสหประชาชาติ รัฐบาลประเทศต่าง ๆ องค์กรระหว่างประเทศ และผู้ปฏิบัติงานด้านกระบวนการยุติธรรมได้ร่วมกันกล่าวถ้อยแถลง รวมถึง พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมถ้อยแถลง
พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ร่วมถ้อยแถลง
“พระกรณียกิจของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ได้สร้างความเปลี่ยนแปลงในหลายมิติ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ พระองค์ทรงทําให้เราเห็นว่า กระบวนการยุติธรรมมิได้มีหน้าที่เพียงบังคับใช้กฎหมาย แต่ยังมีหน้าที่สร้างโอกาส และคุ้มครองศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในสถานการณ์เปราะบาง”
กล่าวต่อด้วยว่า พระดำริของพระองค์นำไปสู่การผลักดันข้อกำหนดกรุงเทพ มาตรฐานสากลที่ช่วยยกระดับการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังหญิงทั่วโลก และเป็นแนวทางสำคัญในการพัฒนากฎหมาย นโยบาย และแนวปฏิบัติของหลายประเทศ รวมทั้งประเทศไทย
นอกจากนี้ ยังทรงเป็นผู้ผลักดันให้มีกระบวนการจัดทำยุทธศาสตร์ต้นแบบและมาตรการเชิงปฏิบัติของสหประชาชาติว่าด้วยการขจัดความรุนแรงต่อเด็กในด้านการป้องกันอาชญากรรมและความยุติธรรมทางอาญา กระทั่งนำไปสู่การริเริ่มโครงการจำนวนมากที่มุ่งเน้นการฟื้นฟูเด็กและเยาวชน ทั้งยังทรงห่วงใยไปถึงประชาชนที่อาศัยในพื้นที่ห่างไกลและมีความเสี่ยงต่อปัญหายาเสพติด ด้วยทรงเชื่อว่าการป้องกันอาชญากรรมและยาเสพติดอย่างยั่งยืน ต้องเสริมสร้างโอกาสในการประกอบอาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิต และการพัฒนาชุมชนควบคู่กับการบังคับใช้กฎหมายด้วย
“พระกรณียกิจของพระองค์เป็นคุณูปการอันใหญ่หลวงแก่ปวงชนชาวไทยและนานาประเทศในด้านกระบวนการยุติธรรมและจะทรงสถิตอยู่ในดวงใจของปวงชนตราบนิจนิรันดร์” ฯ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าว