26 ต.ค. 2569
คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯติดตามงานกำลังใจฯ รจ.จันทบุรี
คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ติดตามและตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ณ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี
วันพุธที่ 21 ตุลาคม 2569 พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา เป็นประธานการติดตามและตรวจเยี่ยมโครงการกำลังใจฯ พร้อมด้วยพลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายชาญ วชิรเดช รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะผู้บริหารกระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยมโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี ในครั้งนี้ด้วย
เรือนจำจังหวัดจันทบุรี เป็นเรือนจำภายใต้โครงการกำลังใจที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จเปิดเมื่อ วันที่ 26 มีนาคม 2562 ภายใต้กิจกรรม “ธรรมด้วยพัชรธรรม & เชื่อมเรือนจำกับสังคม” เป็นเรือนจำที่ควบคุมผู้ต้องขังที่มีอัตราโทษไม่เกิน 25 ปี มีผู้ต้องขังจำนวน 1,879 คน ทั้งนี้ เรือนจำจังหวัดจันทบุรีมีผลิตภัณฑ์ที่โดดเด่น ได้แก่ “เสื่อกกจันทบูร” ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาหัตถกรรมท้องถิ่นมาพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์สร้างอาชีพ อาทิ เสื่อพับและเสื่อม้วน ซึ่งได้รับการขึ้นทะเบียนผลิตภัณฑ์ OTOP ในปี 2565 ในการลงพื้นที่ติดตามและตรวจเยี่ยม ณ เรือนจำจังหวัดจันทบุรี มีนายธวัชชัย นามสมุทร รองผู้ว่าราชการจังหวัด รักษาราชการแทนผู้ราชการจังหวัดจันทบุรี พลตรี ชูชีพ โพธิ์นอก ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 19 พลตำรวจตรี ธราเทพ ตูพานิช ผู้บังคับการตํารวจภูธรจังหวัดจันทบุรี นายอนุสรณ์ น้ำผึ้ง ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ให้การต้อนรับ
จากนั้น คณะได้เดินทางเข้าไปภายในเรือนจำ เพื่อร่วมกิจกรรมตามกำหนดการ โดยผู้เข้าร่วมงานยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อถวายความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ก่อนรับชมการแสดงชุด “ระบำเทพบันเทิง” จากนั้น ตัวแทนผู้ต้องขังได้กล่าวถ่ายทอดความรู้สึก และคนต้นแบบจำนวน 3 ราย ได้ร่วมแบ่งปันประสบการณ์การใช้ชีวิตภายนอกเรือนจำ สะท้อนให้เห็นถึงการปรับตัว การเริ่มต้นชีวิตใหม่ และโอกาสในการกลับคืนสู่สังคม ในโอกาสนี้ ผู้บริหารกระทรวงยุติธรรมได้กล่าวให้โอวาทแก่ผู้ต้องขัง พร้อมด้วยพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง ซึ่งได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของการดำเนินงานและให้โอวาทเพื่อสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ต้องขัง พร้อมทั้งมีพิธีมอบถุงพระราชทานแก่ผู้ต้องขังต้นแบบทั้ง 3 ราย มอบของที่ระลึก และถ่ายภาพร่วมกัน
ภายหลังเสร็จสิ้นกิจกรรม คณะได้เยี่ยมชมบูธการฝึกวิชาชีพและกิจกรรมพัฒนาทักษะภายในแดนหญิง ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการส่งเสริมศักยภาพและเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพภายหลังพ้นโทษ อาทิ การทำขนมไทยและเบเกอรี่ การประกอบอาหาร การดูดวงด้วยไพ่ยิปซี การนวดฝ่าเท้าและนวดสปา การตัดเย็บเสื้อผ้า การเสริมสวย การพัฒนาทักษะดิจิทัล และการเยี่ยมชมมุมราชทัณฑ์ปันโอกาส สร้างอาชีพ นอกจากนี้ คณะยังได้เยี่ยมชมการสาธิตการทอเสื่อจันทบูร ณ เรือนจำเฮ้าส์ ซึ่งเป็นการนำภูมิปัญญาท้องถิ่นมาต่อยอดสู่การฝึกทักษะอาชีพและสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ โดยเสร็จสิ้นการเยี่ยมชมภายในเรือนจำ ก่อนเดินทางไปยังห้องประชุมแปดเหลี่ยมด้านนอกเรือนจำ
ในช่วงบ่าย คณะได้เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมแปดเหลี่ยม เรือนจำจังหวัดจันทบุรี โดยมีการรับชมวีดิทัศน์แนะนำโครงการกำลังใจฯ และรับฟังรายงานผลการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ จากผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดจันทบุรี พร้อมทั้งรับฟังการนำเสนอจากหน่วยงานและเครือข่ายในพื้นที่เกี่ยวกับการเยี่ยมชมและการสนับสนุนการฝึกวิชาชีพของเรือนจำจังหวัดจันทบุรี นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ได้กล่าวถึงความสำคัญของความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายในการเปิดโอกาสให้ผู้ต้องราชทัณฑ์ได้พัฒนาทักษะอาชีพ เตรียมความพร้อมก่อนกลับคืนสู่สังคม และสามารถประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองได้ภายหลังพ้นโทษ
ต่อมาคณะได้เดินทางถึงโรงงานกระเบื้องเด่นจันทร์ ตำบลเขาบายศรี อำเภอท่าใหม่ จังหวัดจันทบุรี เพื่อรับฟังรายงานผลการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงานจาก ดร.พัชริศ หัตถวิจิตรกุล ผู้จัดการโรงงานกระเบื้องเด่นจันทร์รายงานผลการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน โดยปัจจุบันมีผู้พ้นโทษปฏิบัติงานในโรงงาน จำนวน 2 คน พร้อมทั้งนำเสนอปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะในการส่งเสริมการรับผู้พ้นโทษเข้าทำงาน ในโอกาสนี้ พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง ได้กล่าวขอบคุณผู้ประกอบการที่ให้โอกาสผู้พ้นโทษได้เข้าทำงานและเริ่มต้นชีวิตใหม่ พร้อมมอบของที่ระลึกแก่ผู้ประกอบการ และคนต้นแบบ ตามลำดับ
จากนั้น คณะได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี เพื่อประชุมหารือแนวทางการอนุรักษ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก โดยพลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กล่าวเปิดการประชุมและขอบคุณหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่เข้าร่วมประชุม พร้อมกล่าวถึงแนวทางตามพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ที่ทรงให้ความสำคัญกับการส่งเสริมให้เรือนจำเป็นแหล่งรวบรวมและอนุรักษ์ภูมิปัญญาท้องถิ่น ซึ่งการทอเสื่อกกเป็นหนึ่งในงานหัตถกรรมพื้นถิ่นที่ควรได้รับการสืบสานและพัฒนาต่อยอดให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งแนวทางความร่วมมือกับกระทรวงวัฒนธรรมในการอนุรักษ์การทอเสื่อกก โดยเสนอให้มีการพัฒนาอย่างครบวงจร ตั้งแต่ ต้นน้ำ ได้แก่ การส่งเสริมการปลูกและจัดหาวัตถุดิบ กลางน้ำ ได้แก่ การพัฒนาทักษะการทอเสื่อกกและกระบวนการผลิตภายในเรือนจำ และปลายน้ำ ได้แก่ การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การเพิ่มมูลค่า และการส่งเสริมช่องทางการจำหน่าย เพื่อสร้างรายได้และโอกาสในการประกอบอาชีพให้แก่ผู้ต้องขัง พร้อมขอรับฟังข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปสู่การวางแผนดำเนินงานร่วมกัน
ในการประชุม ที่ประชุมได้หารือแนวทางการปลูกต้นกกและการสนับสนุนให้เรือนจำสามารถจัดหาวัตถุดิบได้อย่างเหมาะสม การอนุรักษ์ภูมิปัญญาการทอเสื่อกก การพัฒนารูปแบบและคุณภาพผลิตภัณฑ์ ตลอดจนการสร้างโอกาสทางการตลาด โดยอาศัยความร่วมมือจากกระทรวงวัฒนธรรม หน่วยงานด้านการเกษตร หอการค้าจังหวัด มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวัฒนธรรม การเกษตร การออกแบบผลิตภัณฑ์ และการตลาดเข้าด้วยกัน
ในช่วงท้ายของการประชุม พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง ได้สรุปแนวทางการดำเนินงาน โดยมอบหมายให้เรือนจำ กรมราชทัณฑ์ และโครงการกำลังใจฯ ร่วมกันจัดทำแผนการอนุรักษ์และพัฒนาผลิตภัณฑ์จากกกอย่างครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ โดยให้เริ่มดำเนินการภายในปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 เพื่อสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ควบคู่กับการพัฒนาทักษะอาชีพ การสร้างรายได้ และการเตรียมความพร้อมให้ผู้ต้องขังสามารถกลับคืนสู่สังคมได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน จากนั้น คณะได้เยี่ยมชมห้องนิทรรศการเสื่อสมเด็จ และพระตำหนักใหญ่ ณ วังสวนบ้านแก้ว ภายในมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ก่อนจะเสร็จสิ้นภารกิจ