กำลังใจ ร่วมกับศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ ศึกษาระบบโทรเวชกรรมจากม.มิสซูรี
เมื่อวันที่ 13-14 มิถุนายน 60 โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา โดยนางอาภรณ์ แก้วเวียงชัย นักจัดการงานทั่วไปชำนาญการพิเศษ เดินทางติดตาม ดร.นพ.ชัยสิริ อังกุระวรานนท์ และ ผศ.พญ.วิชุดา จิรพรเจริญ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะที่ปรึกษาโครงการการนำแนวทางการพัฒนาทางเลือกในพืชเสพติด (Alternative Development) มาปรับใช้เพื่อพัฒนาทางเลือกในสารเสพติด และโครงการศึกษาการแก้ปัญหาการแพร่ระบาดของสารกระตุ้นในกลุ่มแอมเฟตามีน (Amphetamine-Type) อย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน ภายใต้โครงการกำลังใจในพระดำริฯ เพื่อเรียนรู้ระบบโทรเวชกรรม (Telehealth) จาก Missouri Telehealth Network ณ มหาวิทยาลัยมิสซูรี โคลัมเบีย รัฐมิสซูรี ประเทศสหรัฐอเมริกา
ตามที่สำนักกิจการในพระดำริฯ กราบทูลพระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงทราบเมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2560 ณเรือนประทับรับรอง พระตำหนักดอยตุง เพื่อขอประทานพระอนุญาตติดตามคณะแพทย์จากศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือฯ เรียนรู้ระบบโทรเวชกรรม ด้วยโครงการกำลังใจฯ ได้ดำเนินโครงการการนำแนวทางการพัฒนาทางเลือกในพืชเสพติด (Alternative Development) มาปรับใช้เพื่อพัฒนาทางเลือกในสารเสพติด และทดลองดำเนินการในเรือนจำชั่วคราวดอยราง จังหวัดเชียงราย ในปี พ.ศ.2559 และมีผลสรุปของการนำแนวทางของศาสตร์พระราชามาปรับใช้กับผู้ต้องขังในรุ่นที่ 6 พบว่า ผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษมีความต้องการความช่วยเหลือในมิติสุขภาพ และเมื่อพ้นโทษไปแล้วยังมีการกระทำผิดซ้ำโดยสาเหตุมาจากปัญหาการเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ทั้งนี้ ศูนย์วิชาการสารเสพติดภาคเหนือฯ จึงวางแนวทางความร่วมมือในการสร้างระบบในการเชื่อมโยงมิติด้านการแพทย์และสุขภาพมาทดลองปรับใช้ในโรงพยาบาลจังหวัดเชียงรายและเรือนจำชั่วคราวดอยราง ในการอบรมผู้ต้องขังรุ่นที่ 7 อันจะเป็นการเชื่อมโยงมิติการแพทย์จิตวิทยากับเรือนจำได้
โดยในวันที่ 13 มิถุนายน 2560 ตัวแทนจากโครงการกำลังใจฯ และศูนย์วิชาการสารเสพติดฯ ได้รับการต้อนรับจาก E. Rachel Mutrux ตำแหน่ง Senior Program Director เข้าร่วมประชุมทำความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับระบบ ECHO (ชื่อเรียกระบบโทรเวชกรรมของม.มิสซูรี) ด้วยคลิปการนำเสนอ Echo โดย Dr.Sanjeev Arora จากเวที TEDX จากนั้น Lindsey Beckmann ตำแหน่ง Replication Coordinator ในเรื่องของการเตรียมตัวใช้ระบบ ECHO จำเป็นจะต้องคำนึงถึงอะไรบ้าง ต่อมา Gwen Ratermann ตำแหน่ง Senior Program Coordinator อธิบายกฎเกณฑ์และความรับผิดชอบต่อการใช้ ECHO กลยุทธ์การใช้ ECHO ให้ประสบความสำเร็จตามที่ตั้งไว้ ต่อด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีชื่อ ZOOM สำหรับระบบ ECHO โดย Michael Oyewole ตำแหน่ง Technology Analyst ภายหลังจากที่ได้รับชมตัวอย่างจริงการเชื่อมต่อ ECHO ระหว่าง แพทย์จากโรงพยาบาล และ Hub จากบ้านพัก เกี่ยวกับโรคหอบหืด โดยในช่วงบ่าย ได้เดินทางสู่ Missouri Primary Care Association เจฟเฟอร์สันซิตี้ เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสอบถามจาก Rich Lillard, PhD. แพทย์ชนบทผู้ใช้ระบบ ECHO ในการวินิจฉัยโรค
สำหรับวันที่ 14 มิถุนายน 2560 ทีมงานจากประเทศไทย ได้ทำการศึกษาตัวอย่างการพัฒนาหลักสูตร ตัวอย่างการออกแบบแบบฟอร์มสำหรับกรอกเอกสารผู้ป่วยโดย Hub จากนั้นเป็นการนำเสนอตัวอย่างการคัดเลือกเพื่อนผู้ต้องขังในเรือนจำ ฝึกฝนให้เป็น Hub (Prison Peer Education) ณ เรือนจำนิวเม็กซิโก จากนั้น Mirna Becevic, PhD. แพทย์ประจำ Health Care, University of Missouri Health Care บรรยายถึงการประเมินความคุ้มค่าจากการใช้ ECHO ในทางการแพทย์ ต่อมาในช่วงบ่าย ได้ตั้งประเด็นคำถามและไขข้อข้องใจจากนักจิตวิทยา Tiffany Sanford-Martens ซึ่งทำงานอยู่ที่ South Providence Adult Psychaitry Clinic เกี่ยวกับการใช้ ECHO ในด้านจิตวิทยา ช่วงท้ายการเข้าร่วมประชุมด้วย ดร.นพ.ชัยสิริ อังกุระวรานนท์ และ ผศ.พญ.วิชุดา จิรพรเจริญ ร่างกลยุทธ์การทำงานกับระบบ ECHO ในประเทศไทยโดยกำหนดวัตถุประสงค์ (manage behavioral health issues) แผนการทำงานในมิติต่างๆ ที่ต้องการ (session) กลุ่มเป้าหมาย (target audience) และปิดท้ายด้วยการทดลองโปรแกรม ZOOM สำหรับระบบ ECHO นับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวย่างของความพยายามที่จะนำระบบโทรเวชกรรมมาปรับใช้ในเรือนจำ ซึ่งโครงการกำลังใจในพระดำริฯ และศูนย์วาการสารเสพติดจะนำข้อมูลที่ได้จากการเรียนรู้ครั้งนี้ ไปศึกษาและพัฒนาเพื่อนำไปสู่ทางเลือกที่ดี คุ้มค่า และเหมาะสมต่อผู้ต้องขังมากที่สุด
*******************************************************