Follow us on
17 พ.ย. 2563
กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม จัดโครงการนำหลักธรรมพุทธศาสนาเข้ามาปรับเปลี่ยนจิตใจ
     เมื่อวันที่ 9 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 กองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม จัดโครงการนำหลักธรรมพุทธศาสนาเข้ามาปรับเปลี่ยนจิตใจเพื่อเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ให้แก่ผู้ต้องขังในเรือนจำจังหวัดกาญจนบุรี โดยมีพระเทพศากยวงศ์บัณฑิต วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นวิทยากร มีผู้เข้าร่วมโครงการเป็นผู้ต้องขังหญิง จำนวน 10 คน ก่อนการบรรยายพระอาจารย์ได้สอบถามว่า จากการอบรม 3 ครั้งที่ผ่านมานั้น ผู้อบรมมีความคิดเห็น ความรู้สึกอย่างไร ผู้ต้องขังได้แจ้งว่า ตนเองมีความคิดที่เป็นปัจจุบันโดยที่ไม่ยึดติดกับอดีต เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงตนเองในทางการใช้เหตุผล สำหรับการใช้อารมณ์เราต้องพิจารณาก่อน เหตุการณ์ใดต้องใช้เหตุผล เหตุการณ์ใดต้องใช้อารมณ์ โดยพระอาจารย์กล่าวว่า ต้องดูเป้าหมายของการใช้เหตุผล เพื่อจะควบคุมอารมณ์หรือสร้างสมดุล การทำงานของสมอง ซีกขวา ซีกซ้าย และความรู้ที่จำเป็นในการแก้ไขชีวิตของเรา เช่น ความรู้เรื่องศาสนา เรื่องดี ชั่ว พวกเรานั้นรู้กันดี ซึ่งนำมาคิด นำมาย่อย นำมาเป็นสรณะ (ที่พึ่ง) เราไม่ได้ใช้แต่สมองที่เป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์อย่างเดียว แต่ยังใช้สมองในเรื่องความเข้าใจ ซึ่งต้องใช้ควบคู่กันไป จากนั้น พระเทพศากยวงศ์บัณฑิต บรรยายเรื่องสติ สติ คือ ความระลึกได้ ความจำ โดยจะเป็นประโยชน์เมื่อเราเรียกว่า สัมปชัญญะ ภาษาทั่วไปเรียกว่าการรู้ตัว การมีสติ สัมปชัญญะ เคยมีต่างชาติอธิบายว่า สติ เป็นเรื่องสมอง ซีกซ้ายและขวา แต่ของเรา เราใช้ทั้งเรื่องสติและเรื่องปัญญา สติเป็นความจำ แล้วเราใช้ความจำกันอย่างไร

     เช่น การที่เรารู้เพราะเรามีความจำไว้แล้ว เช่น เรื่องบุญและบาป  นอกจากนี้ สอนในเรื่องการกระทำของเรา หากเรานำตัวเราเป็นที่ตั้งเป็นศูนย์กลางทางความคิด ซึ่งอาจไม่ถูกต้องเสมอไป เพราะว่าเรานำตนเองเป็นตัววัด สตินั้นทำให้เรามีความเป็นคน มนุษย์เราเป็นพวก Copy เห็นอะไรก็ทำตาม เลียนแบบ ทำให้ความเป็นคนเกิดจากการเลียนแบบ สำหรับความโลภ โกรธ หลง นั้นก็มีผลแรงที่ทำให้สติสัมปชัญญะหนีเตลิดออกไป เช่น เมื่อเราคิดว่า เราจำหน่ายยาเสพติดได้ ทำให้ความเป็นตัวตนเราได้รับผลกระทบไปด้วย ดังนั้น เราจะทำอย่างไรให้รอดพ้น หรือเอาตัวรอด โดยไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องยา ซึ่งมีหนทางแก้ไขเนื่องจากมนุษย์ คือ ผู้มีใจสูง (มนุษย์ มาจากคำว่า มนะ=ใจ และอุษยะ=สูง) เมื่อกระบวนการทำให้เรามีความคิด ความรู้สึกและทำให้เรารู้ว่า ทุกสิ่งทุกอย่างถ้ามีใจเราก็จะรู้ (การรู้ ในที่นี้คือ รู้ด้วยจากสิ่งที่เห็นด้วยตา ได้ยินด้วยหู ได้กลิ่นด้วยจมูก รู้รสด้วยปาก และสัมผัสด้วยผิวหนัง) จึงเป็นที่มาของการรู้ และการมีสติ.



***********************************************

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved