Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

19 ต.ค. 2564
กองทุนกำลังใจฯ สานงานด้านอาชีพให้ผู้ต้องขัง จับมือกระทรวงแรงงานร่วมพัฒนามาตรฐานฝีมือ และให้องค์ความรู้ผู้ต้องขัง
     เมื่อวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๖๔ เวลา ๙.๐๐ น. พลอากาศโท สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ ในฐานะรองประธานกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วย นางจิรภา สินธุนาวา ผู้ตรวจราชการกระทรวงยุติธรรมและรองประธานกรรมการคนที่ ๒ ดร.อัสนีย์ สังขเนตร ผู้อำนวยการกองทัณฑวิทยา รักษาการกองพัฒนาพฤตินิสัย กรมราชทัณฑ์ ประชุมร่วมกับ นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน โดยมีนายไพโรจน์ โชติกเสถียร อธิบดีกรมการจัดหางาน พร้อมด้วย รองอธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน และรองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เข้าร่วมประชุม ณ ห้องประชุมกระทรวงแรงงาน ชั้น ๕ อาคารกระทรวงแรงงาน ถ.มิตรไมตรี เขตดินแดง กรุงเทพฯ
 
     การประชุมนี้เป็นการหารือร่วมกันเป็นครั้งแรกระหว่างคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ กับ กระทรวงแรงงาน โดยมีหัวข้ออาชีพใหม่ๆ และการฝึกอาชีพที่น่าสนใจเท่าที่ปฏิบัติได้ในเรือนจำยุคโควิด ซึ่งก่อนหน้านี้คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ได้ศึกษางานวิจัยของกระทรวงแรงงานและกรมราชทัณฑ์ พบว่า ก้าวต่อไปของการดำเนินงานสนับสนุนผู้ต้องขังในเรื่องการสร้างงานนั้นจะนำแนวทางการดำเนินงานใน ๑๑ ข้อ ดังรายละเอียดด้านล่างนี้มาปรับใช้ในเรือนจำนำร่อง เช่น เรือนจำจังหวัดลำปาง เรือนจำจังหวัดน่าน และทัณฑสถานเกษตรอุตสาหกรรมเขาพริก และมีการติดตามผลการดำเนินงานด้วย 
 
๑. สำรวจข้อมูลผู้ต้องขังที่ใกล้พ้นโทษว่า เคยทำอาชีพใด มีทักษะใด
๒. นำแบบวัดบุคลิกภาพมาวัดผู้ต้องขัง
๓. ให้ความรู้เพื่อพัฒนาจิตใจ เช่น ธรรมะ, โยคะธรรมะ, การสร้างความเข้มแข็งด้วยวิธีต่างๆ เช่น life coach
๔. พัฒนาบุคลิกภาพ และทักษะการปรับตัว และทักษะการอยู่ในสังคม 
๕. ให้ความรู้เรื่องอาชีพ
๖. การทำคู่ขนาน คือ หาตำแหน่งว่างของงานในจังหวัด
๗. ประสานให้เรือนจำ ดำเนินการจัดทำข้อมูลประจำตัวผู้ต้องขัง เช่น ประวัติส่วนตัว, ประวัติการทำงาน, 
    การวัดบุคลิกภาพ, ความสามารถพิเศษ, ใบรับรองต่างๆ
๘. การให้ความรู้ก่อนพ้นโทษ เกี่ยวกับ มาตรา ๔๐ 
๙. ประสานกระทรวงแรงงาน ให้มีการทดสอบมาตรฐานฝีมือแรงงาน 
๑๐. กรณี ประกอบอาชีพอิสระ ต้องหาทุนเพื่อช่วยเหลือ เช่น สำนักงาน ป.ป.ส. , มูลนิธิต่างๆ ที่มีอยู่, กองทุนกำลังใจฯ
๑๑. ติดตามเมื่อพ้นโทษ และสร้างเครือข่ายผู้พ้นโทษ
 
     นายบุญชอบ สุทธมนัสวงษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีระบบงานที่ครบวงจร และพร้อมสนับสนุนงานกองทุนกำลังใจฯ อย่างเต็มที่ และเตรียมวางแผนการดำเนินงาน เช่น การนำคลิปวีดีโอเรื่องอาชีพ แผ่นพับ โบรชัวร์ หนังสือความรู้ต่างๆ ที่กระทรวงแรงงานจัดทำไว้สามารถเป็นปัจจัยสนับสนุนด้านองค์ความรู้ให้ผู้ต้องขังได้ และประสานแรงงานจังหวัดทุกแห่ง เพื่อให้การสนับสนุนเรือนจำทั่วประเทศ โดยเน้นเรื่องการพัฒนาฝีมือแรงงานให้ผู้ต้องขังได้ศึกษาอบรม และสอบตามมาตรฐานฝีมือแรงงาน การจัดหางาน การขึ้นทะเบียนหางาน การให้ความรู้ด้านประกันสังคม การให้เจ้าหน้าที่ไปอบรมให้ความรู้แม้ว่าในช่วงโควิดเราอาจปรับวิธีเป็นการสอนผ่านคลิปหรือการสอนทางอินเตอร์เน็ต เป็นต้น นอกจากนี้ ยืนยันว่าต้องมีการสนับสนุนให้ผู้ต้องขังเมื่อพ้นโทษแล้วให้มีงานทำทั้งงานด้านโรงงาน หรืองานอาชีพอิสระ เพราะเป็นคนไทยด้วยกัน โดยต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่อยู่ภายในเรือนจำ 
 
     พลอากาศโท สมคิด สุขบาง รองประธานกรรมการกองทุนกำลังใจฯ กล่าวว่า ขอขอบคุณกระทรวงแรงงานที่สนับสนุนภารกิจของกองทุนกำลังใจฯ ซึ่งในอนาคตจะได้มีการดำเนินงานอันเป็นคุณูปการแก่สังคม ได้ช่วยเหลือผู้ต้องขังซึ่งเป็นคนไทยด้วยกันได้มีงานทำ และมีความรู้ในการดำเนินชีวิตที่ดีต่อไป.
 

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved