24 มี.ค. 2567
กองทุนกำลังใจลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงาน นราธิวาส
เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2567 พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ ลงพื้นที่ติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปยังเรือนจำจังหวัดนราธิวาส เพื่อประชุมติดตามการดำเนินงานตามโครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส นายวินัย หมวกมณี ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส และข้าราชการเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ
ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดนราธิวาส รายงานข้อมูลผลการดำเนินงานผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ซึ่งเป็นความคืบหน้าจากที่พลอากาศเอก สมคิดฯ ได้ติดตามเมื่อต้นปี 2566 โดยได้มีการจัดอบรมและจัดกิจกรรมต่างๆ เพิ่มขึ้น ได้แก่ การปลูกผักบนแคร่, การจัดตั้งกองงานไพ่ยิปซี ซึ่งมีพัฒนาการอย่างมาก โดยมีผู้ต้องขังอยู่ในกองงานนี้ จำนวน 10 - 15 คน และมีเงินปันผลจากการดูดวงให้ผู้ต้องขังเดือนละ 200 บาท ในงานฝีมือได้ฝึกหัดเพิ่มเติม เช่น ถักโคเชต์ตุ๊กตา การทำผ้าบาติก การเพ้นท์ผ้าปาเต๊ะ และการทำ smock ซึ่งสามารถผลิตชิ้นงานได้สวยงามในหลายด้าน ปัจจุบันอยู่ระหว่างการขับเคลื่อนเพื่อเปิดร้านกาแฟ Inspire ในส่วนของสถานประกอบการที่รับผู้ต้องขังเข้าทำงานมีจำนวน 2 แห่ง คือ ร้าน ส.รุ่งเรืองการช่าง และร้านลำภูโลหะกิจ จากนั้น คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมคณะได้เข้าตรวจเยี่ยมภายในแดนต่าง ๆ ของเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ชมการแสดงของผู้ต้องขังหญิง 2 ชุด (ลิเกฮูรู, ระบำบาติก)
นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า สิ่งสำคัญคือโอกาสและอยากให้ทุกคนให้พรกับตนเองและเดือนนี้เป็นเดือนพิเศษของศาสนาอิสลามที่ทุกคนจะขอพรจากพระเจ้าได้ ขอให้ทุกคนตั้งใจทำดีและจากนั้นมอบเงินค่าพาหนะให้กับคนต้นแบบจำนวน ๓ คน
เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2567 คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ นำโดย พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ พร้อมด้วย นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม นายสิทธิ สุธีวงศ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ
ณ บ้านปูลารายอ กาแลตาแป อำเภอเมืองจังหวัดนราธิวาส โดยมี ว่าที่ร้อยตรี ตระกูล โทธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ตรวจราชการกรมคุมประพฤติ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการสำนักคุมประพฤติจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ ให้การต้อนรับ
ในการนี้ ได้มีการประชุมร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่ายที่ได้สนับสนุนช่วยเหลือให้บ้านกึ่งวิถีปูลารายอ กาแลตาแป เน้นการส่งเสริมความรู้ และการจัดกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรม ส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งได้รับความร่วมมือจากชุมชนและหน่วยงานราชการต่างๆ เช่น การปลูกผักยกแคร่, การแปรรูปข้าวเกรียบ, ช่างเชื่อม, การทำผ้ามัดย้อม, การส่งเสริมอาชีพการขายสินค้าออนไลน์ และการเตรียมความพร้อมก่อนออกสู่ชุมชนอีกด้วย
จากนั้น เวลา 13.00 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง พร้อมด้วย นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม และคณะ ได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ (มนร.) โดยมี ผศ.ดร.จงรัก พลาศัย นายกสภามหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และ ผศ.ดร.ปรีชา สะแลแม อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และคณะผู้บริหาร มนร. ให้การต้อนรับ เพื่อแสดงความขอบคุณที่มหาวิทยาลัยฯ ได้ให้การสนับสนุนการดำเนินงานกองทุนกำลังใจในพระดำริฯ ได้แก่ คณะเกษตรศาสตร์ส่งวิทยากรไปให้ความรู้การเพาะเห็ด คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปข้าวเกรียบปรุงรสและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ให้สวยงาม ณ บ้านกึ่งวิถี ฯ รวมถึงการส่งวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดนราธิวาส ในด้านการสอนศาสนา และความรู้ด้านศิลปวัฒนธรรม เช่น สอนการแสดงชุดลิเกฮูลู การรำบาติก เป็นต้น
พลอากาศเอก สมคิดฯ กล่าวว่า การมานราธิวาสในครั้งนี้ มาด้วยภารกิจ 2 โครงการ คือ โครงการราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ที่เน้นช่วยเหลือผู้ต้องขังในเรื่องสุขภาพ โดยเป็นโครงการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และโครงการกำลังใจฯ ซึ่งเน้นช่วยเหลือผู้ต้องขังด้านอาชีพ โดยเป็นโครงการในพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา ฯ และจากการรับฟังถึงภารกิจของมหาวิทยาลัย ทำให้ทราบว่า มีการเรียนการสอนที่หลากหลายสาขาวิชา และเป็นสิ่งที่โครงการกำลังใจฯ ได้รับการช่วยเหลือสนับสนุนองค์ความรู้ต่าง ๆ จากมหาวิทยาลัยฯ เช่น การเกษตร การช่าง วิทยาศาสตร์
นางพงษ์สวาท นีละโยธิน ปลัดกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า ในนามของกระทรวงยุติธรรม ต้องขอบคุณมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ และขอเรียนว่า กระทรวงยุติธรรม มีหน่วยงานที่มีภารกิจที่หลากหลาย มีหน่วยงานระดับกรม 10 หน่วย แต่มีกลุ่มงานหนึ่ง คือ กลุ่มพัฒนาพฤตินิสัย ที่เป็นกลุ่มที่แก้ไข “คน” ซึ่งเป็นกลุ่มที่ยากในการทำงาน เพราะเราใช้ “คน” แก้ไข “คน” ไม่เหมือนงานทางวิทยาศาสตร์ที่ใช้การทดลอง การพิสูจน์และมีหลักฐานปรากฏในการตรวจสอบ และฝากทุกท่านมองตามว่า ถ้าผู้ต้องขังจำคุกเป็นเวลานาน และเมื่อพ้นโทษ ก็ปรากฏว่าสังคมเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก และหากไม่มีครอบครัวที่จะรองรับผู้ต้องขังคนนี้จะเป็นอย่างไร ดังนั้น จึงต้องมีบ้านกึ่งวิถี ปูลารายอ กาแลตาแป ขึ้นมา เพื่อพักและเตรียมความพร้อมก่อนกลับสู่สังคม เราพูดถึงคำว่า “โอกาส” แต่ก็คงต้องมองว่า โอกาสมิใช่มาหาเราบ่อยครั้ง และโอกาสต้องมาพร้อมกับความพร้อมทุกด้าน ซึ่งพบว่า มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ มีความพร้อมในด้านวิชาการเกือบทุกด้านทั้งทางสายอาชีพ และสายวิชาการ ซึ่งน่าจะเป็นกลไกหนึ่งที่จะช่วยสร้างความพร้อมและโอกาสให้ผู้ต้องขังได้
นายกูเฮง ยาวอหะซัน เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงให้โอกาสผู้ต้องขัง เพื่อให้มีศักดิ์ศรีทัดเทียมกับคนทั่วไป และขอบคุณคณาจารย์และมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ช่วยเหลือในโครงการกำลังใจฯ และรวมถึงโครงการราชทัณฑ์ปันสุขฯ นอกจากนี้ ในการเดินทางไปติดตามผลการดำเนินงานตามโครงการกำลังใจฯ ณ จังหวัดนราธิวาสโดยในวันที่ 19 มีนาคม 2567 ได้ประชุมติดตามผลฯ ณ เรือนจำจังหวัดนราธิวาสด้วยแล้ว คณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และปลัดกระทรวงยุติธรรม ได้เดินทางไปเยี่ยม นางสาวซีตีอามี เฮาะยา ซึ่งได้รับทุนจากโครงการกำลังใจฯ จำนวน 10,000 บาท และนำมาต่อยอดการซื้อเครื่องซักผ้าแบบหยอดเหรียญ และจากนั้น พลอากาศเอกสมคิดฯ ปลัดกระทรวงยุติธรรม มอบสิ่งของเครื่องใช้ให้กับคนต้นแบบและครอบครัว และเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมอบทุนสนับสนุนเพื่อการประกอบอาชีพ