Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

27 มิ.ย. 2567
โครงการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ครั้งที่ 3

วันที่ 24-25 มิถุนายน 2567 โครงการกำลังใจฯ โดยกองพัฒนานวัตกรรมการยุติธรรม ได้จัดโครงการฝึกอบรมให้ความรู้ด้านกฎหมาย เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ต้องขัง ครั้งที่ 3 ให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เข้าใจข้อกฎหมายที่ถูกต้อง และไม่กลับมากระทำความผิดซ้ำอีก ณ เรือนจำกลางราชบุรี โดยมีวิทยากร ผู้ช่วยศาสตราจารย์ธนวัฒ พิสิฐจินดา อาจารย์จตุรงค์ เพิ่มรุ่งเรือง วิทยาลัยการเมืองและการปกครอง มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา และนางสาวริทธิ์ษา เทพชมภู ได้มาเป็นวิทยากรให้ความรู้ในครั้งนี้ มีผู้ต้องขังหญิงและผู้ต้องขังชาย เข้าร่วมอบรม จำนวน 100 คน ทุกครั้งของการเรียนวิทยากรจะให้ผู้เข้าอบรมได้ทำแบบทดสอบก่อน-หลังเรียนทุกครั้งเพื่อเป็นการวัดพื้นฐานความรู้
วันที่ 24 และ วันที่ 25 วิทยากรบรรยายให้ความรู้เรื่องกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาที่น่าสนใจ กฎหมายอาญาได้กำหนดโทษทางอาญาสำหรับผู้กระทำความ ผิดไว้ 5 ประการได้แก่ ประหารชีวิต จำคุก กักขัง ปรับ และริบทรัพย์สิน ความแตกต่างระหว่างคดีอาญาแผ่นดิน กับความผิดส่วนตัว กล่าวคือ ความผิดอาญาที่อาจจะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน จำแนกได้ ดังต่อไปนี้
1. ความผิดอาญาแผ่นดิน เป็นความผิดทางอาญาซึ่งมิใช่ความผิดต่อส่วนตัว และไม่สามารถยอมความกันได้ความผิดที่เป็นอาญาแผ่นดินนั้น แม้จะไม่มีผู้เสียหายร้องทุกข์หรือไม่มีผู้ใดกล่าวโทษเจ้าพนักงานสอบสวนหรือตำรวจก็มีอำนาจสืบสวนดำเนินคดีอาญาต่อผู้กระทำความผิดได้
2. ความผิดอาญาที่ยอมความได้ (ความผิดส่วนตัว) หมายถึง ความผิดอาญาที่เป็นความผิดต่อส่วนตัวซึ่งเป็นความผิดอาญาอันยอมความได้นี้ เช่น ความผิดฐานยักยอก ความผิดฐานฉ้อโกง และความผิดที่เกี่ยวกับเพศบางลักษณะ
ซึ่งตามกฎหมายให้เป็นความผิดอันยอมความได้ โดยความผิดอาญาใดเป็นความผิดอันยอมความได้ถ้าผู้เสียหาย
มิได้ร้องทุกข์หรือแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนเจ้าพนักงานตำรวจภายใน 3 เดือน 
การกระทำผิดอาญา
การกระทำผิดอาญาแบ่งเป็น 3 ประเภทคือ
1. การกระทำผิดโดยเจตนา คือ การกระทำผิดที่ผู้กระทำผิดได้กระทำโดยรู้ และประสงค์ต่อผลหรือเห็นผลในการกระทำนั้น เช่น นายดำใช้ปืนยิงนายแดงจนถึงแก่ความตาย โดยนายดำรู้ตัวว่ายิงนายแดง และมีความประสงค์ให้นายแดงตาย นายดำมีความผิดฐานฆ่านายแดงตายโดยเจตนา เป็นต้น
2. การกระทำผิดโดยไม่เจตนา คือ การกระทำผิดโดยมีเจตนาร้าย แต่ไม่ได้ประสงค์ต่อผลหรือมิได้เห็นผลในการกระทำเช่น นาย ก ทำปืนลั่นถูกนาย ข จงถึงแก่ความตาย แม้ว่า นาย ก ไม่ได้เจตนาทำร้ายนาย ข แต่นาย ก ก็มีความผิดฐานฆ่านาย ข ตายโดยไม่เจตนา เป็นต้น
3. การกระทำผิดโดยประมาท คือ การกระทำผิดที่กระทำโดยไม่เจตนา แต่ได้กระทำไปโดยปราศจากความระมัดระวัง เช่น นายก ขับรถยนต์ด้วยความเร็วสูง เป็นเหตุให้รถไปชนนายขาว ซึ่งเดินอยู่ข้างถนนถึงแก่ความตาย นาย ก มีความผิดฐานกระทำโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย นาย ก ไม่มีมีเจตนาชนนายขาว แต่นาย ก ขับรถโดยปราศจากความระมัดระวัง จนเป็นเหตุให้ชนนายขาวถึงแก่ความตาย และในช่วงบ่ายจะเป็นการบรรยายและกฎหมายยาเสพติดที่น่าสนใจ
ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมอบรมมีความตั้งใจในการเรียนครั้งนี้เป็นอย่างดี และมีข้อซักถามในประเด็นโทษที่ตัวเองได้รับ

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved