Follow us on

กิจกรรมกำลังใจ

3 ก.ค. 2567
ประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ ณ เรือนจำจังหวัดตรัง

รองประธานกองทุนกำลังใจฯ ติดตามงาน ณ เรือนจำจังหวัดตรัง
เมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2567 เวลา 09.00 น.  พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์ 908 และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ เป็นประธานการประชุมติดตามการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี นายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโท เชน กาญจนาปัจจ์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ นายสามารถ  เสงี่ยมไพศาล  ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตรัง หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดกระทรวงแรงงาน กระทรวงยุติธรรมในพื้นที่ พมจ. สถานประกอบการ จำนวน 4 แห่ง และคนต้นแบบ จำนวน 3 ราย เข้าร่วมการประชุม ณ เรือนจังหวัดตรัง  บ้านคนต้นแบบ และวิทยาลัยการอาชีพตรัง จังหวัดตรัง
การประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ในกระทรวงยุติธรรม กระทรวงแรงงาน และหน่วยงานอื่นๆ เพื่อติดตามประเด็นที่เคยให้ข้อเสนอแนะแก่เรือนจำ และมอบข้อเสนอแนะให้ขับเคลื่อนเพิ่มเติมแก่เรือนจำ  ซึ่งประธานกล่าวเปิดประชุม ความว่า วันนี้มาด้วยภารกิจของโครงการกำลังใจฯ ซึ่งจะเน้นการพัฒนาอาชีพ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ เคยรับสั่งว่า เมื่อผู้ต้องขังพ้นโทษก็จะได้พบกับครอบครัวมีความสุขร่วมกัน แต่ภายหลังจากมีความสุขแล้ว หากผู้พ้นโทษไม่มีงานทำก็จะไม่มีเงินและอาจนำมาสู่การกระทำผิดซ้ำขึ้นมาอีก และในปัจจุบันพระองค์ท่านทรงประชวร ในฐานะรองประธานคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ จึงมาติดตามงานแทน โดยในเรือนจำจังหวัดตรัง ได้มาเยี่ยมและติดตามงานเป็นครั้งที่ 2  
จากนั้น นายสามารถ  เสงี่ยมไพศาล ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดตรัง  สรุปผลการดำเนินงานโครงการกำลังใจฯ เช่น ในปี 2566-2567 ผู้ต้องขังได้รับการอบรมในวิชาต่างๆ จากโครงการกำลังใจฯ ได้แก่ การดูไพ่ยิปซี, นวดแผนไทยขั้นพื้นฐาน, การให้ความรู้ด้านกฎหมาย, ความรู้ทางดิจิทัลและขายของออนไลน์ ภาษาจีน, การเงินเบื้องต้น, ภาษาญี่ปุ่น, เสริมสวย, เบเกอรี่, การดูแลผู้สูงอายุ 70 ชั่วโมง เป็นต้น  การส่งเสริมการมีงานทำ ได้ดำเนินกิจกรรม ดังต่อไปนี้ จัดทำมุมราชทัณฑ์ ปันโอกาส สร้างอาชีพ  การลงนาม (MOU) กับสถานประกอบการ รวม 7 แห่ง ในปี 2567 มีผู้ต้องขังเข้าทำงานในสถานประกอบการ 3 ราย (ปี 2566 ไม่มีผู้ต้องขังทำงานในสถานประกอบการ) มีผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานโอท็อป 2 ชนิด คือ กล่องทิชชูสม็อคระบายริม, หมอนสม็อคระบายริม มีคนต้นแบบรวม 7 คน (ปี 66 มี 3 คน, ปี 67 มี 4 คน) การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย ได้มีการสำรวจผู้ต้องขังที่จะพ้นโทษ122 คน ซึ่งมีความต้องการทำงานในสถานประกอบการ หรือ การรับจ้าง จำนวน 53 คน ซึ่งอยู่ระหว่างเรือนจำวางแผนการหางานทำ
ท้ายการประชุม ประธานฯ ฝากแก่ผู้เข้าร่วมประชุมว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ ทรงให้แนวทางอีกเรื่องหนึ่งคือ ควรทำให้เรือนจำเป็นแหล่งเรียนรู้ และสืบสานศิลปะ วัฒนธรรมของจังหวัดต่างๆ เช่น การทอเสื่อกก ก็ขอให้เรือนจำจันทบุรี สอนผู้ต้องขังทอเสื่อกก และมีการถ่ายทอดให้ผู้ต้องขังที่เข้ามาได้เรียนรู้ และฝึกฝนการทอเสื่อกก เนื่องด้วยปัจจุบัน คนทั่วไปจะไม่ค่อยทอเสื่อกกกันแล้ว เป็นต้น ดังนั้น หากในจ.ตรัง มีของดี มีศิลปะ ของที่ควรอนุรักษ์ไว้ 
ถัดมา พลอากาศเอก สมคิดฯ นำผู้เข้าร่วมประชุมเข้าแดนหญิง เพื่อชมการฝึกวิชาชีพ เช่น มุมปลูกกฎหมายใส่ปัญญา มุมราชทัณฑ์ปันโอกาสสร้างอาชีพ  สาธิตการดูดวงไพ่ยิปซี งานเสริมสวย กองงานประดิษฐ์ งานสานหมวก กระเป๋า งานสม็อค การทำพรมเช็ดเท้า มัดย้อม มัดแต้ม เพ้นต์บาติก งานเย็บจักรเสื้อโหล การทำขนมไทยและเบเกอรี่ เครื่องดื่ม จากนั้น ได้รับชมการแสดงจากผู้ต้องขัง จำนวน 2 ชุด ได้แก่ บรรเลงเพลงเครื่องสายไทยผสมขิม และระบำตารีกีปัส และต่อด้วยการเชิญหน่วยงานต่าง ๆ กล่าวให้กำลังใจและให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการหางานทำของผู้ต้องขัง เช่น ประกันสังคมจังหวัดให้ความรู้เรื่อง มาตรา 40 หอการค้ากล่าวขอให้ผู้ต้องขังเก็บเกี่ยวอาวุธเพื่อไปใช้ในการทำงาน  ผู้แทนจากบริษัท วู้ดเวอร์ค จำกัด แจ้งว่าเคยรับผู้พ้นโทษไป 1 ราย แต่ได้ลาออก ย้ายกลับบ้านไปแล้ว เมื่อพ้นโทษขอให้มาสมัครเพราะรับทุกตำแหน่ง มีบ้านพักให้ เพราะทุกคนที่มาจากเรือนจำมีระเบียบวินัยมาก ถัดมา คนต้นแบบ 3 ราย แนะนำตนเองและกล่าวให้กำลังใจ ผู้ว่าราชการจังหวัดกล่าวว่า เมื่อผู้ต้องขังได้กำลังใจจากผู้อื่นแล้ว ต้องให้กำลังใจตนเองด้วย จากนั้นตัวแทนผู้ต้องขังกล่าวขอบคุณที่ท่านประธานเคยสอน Yes No OK และขอบคุณโครงการกำลังใจที่สอนออนไลน์ ทั้งดูดวง ภาษาจีน อังกฤษ ญี่ปุ่น ทักษะดิจิทัล และสัญญาร่วมกันกับเพื่อนๆ ว่าจะ สู้ ปิดท้ายกิจกรรมด้วยการมอบใบประกาศเกียรติคุณแก่สถานประกอบการบริษัท วู้ดเวอร์ค จำกัด และมอบของที่ระลึกแก่ผู้เข้าร่วมประชุมจากหน่วยงานต่างๆ และถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน สุดท้ายพลอากาศเอก สมคิด ทิ้งท้ายขอให้ผู้ต้องขังออกกำลังกาย ด้วยการผสมผสานกับระบำตารีกีปัสก็ได้ ในช่วงเวลา 1 ชั่วโมงที่เลื่อนการขึ้นเรือนนอน และนางจิรภา ขอให้ถ่ายคลิปส่งให้กองทุนกำลังใจฯ ได้รับชมด้วย
จากนั้น เดินทางไปเยี่ยมบ้านคนต้นแบบ ซึ่งปัจจุบันประกอบอาชีพกรีดยาง และปลูกผักสวนครัวจำหน่าย โดยมี รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน มาร่วมต้อนรับคณะ ทั้งนี้ พลอากาศเอก สมคิด ทุกในวัยหนุ่มเราสามารถผิดพลาดกันได้ แต่ทำให้ได้เห็น ได้มีประสบการณ์ เสียเวลาไป 3 ปี ขอให้คนต้นแบบจดจำสิ่งที่ได้รับจากการอยู่ภายในเรือนจำ เช่น ระเบียบ วินัย ความอดทน  และฝากกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน นำเอาคนต้นแบบไปเป็นตัวอย่างสอนวัยรุ่นในพื้นที่ ซึ่งพลอากาศเอก สมคิด ได้แนะนำคนต้นแบบ ให้เรียนรู้การสานตะกร้าจากแม่ และอาจนำไปขายผ่านช่องทางออนไลน์ หรือไปเป็นวิทยากรได้
ลำดับสุดท้าย เดินทางไปวิทยาลัยการอาชีพตรัง โดยนายเจษฎา ธนะสถิตย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยการอาชีพตรัง นำเสนอความร่วมมือระหว่างเรือนจำกับวิทยาลัยการอาชีพตรัง โดยเริ่มสอนหลักสูตรระยะสั้น ตั้งแต่ ปี 2561โดยในวันที่ 16 มีนาคม 2566 ได้ลงนามความร่วมมือระหว่างเรือนจำจังหวัดตรังกับวิทยาลัยการอาชีพตรัง รองปลัดกระทรวงยุติธรรมได้ขอความอนุเคราะห์จากวิทยาลัยการอาชีพตรัง จำนวน 3 เรื่อง ได้แก่

1) ขอให้อบรมการให้ความรู้เรื่องการเงิน  การทำบัญชีแบบง่าย

2) ขอให้สินการออกแบบ ตัดเย็บเสื้อผ้า เพราะเรือนจำมีกองงานและมีจักรหลายตัว และ

3) ขอให้ช่วยออกแบบกระเป๋าผ้สสม็อค หรือนำสม็อคมาเย็บกับงานหนัง เพื่อเพิ่มมูลค่าของผลิตภัณฑ์ และสร้างรายได้ให้ผู้ต้องขังหลังพ้นโทษ และเยี่ยมชมนิทรรศการผลงานเด่นและการวิชาชีพต่างๆ ที่วิทยาลัยนำเข้าไปสอนในเรือนจำ

รูปภาพประกอบ

โครงการกำลังใจ
ในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา
เลขที่ 404 กระทรวงยุติธรรม ชั้น 8 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210
โทรศัพท์ : 0 2142 0852
Copyright © 2016 โครงการกำลังใจ.All right reserved