16 มิ.ย. 2569
รองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกวิชาชีพ “โครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ” และเปิดร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง ร้านกาแฟ “นารีคอฟฟี่”
พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจําพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา รองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกวิชาชีพ “โครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ” และเปิดร้านจําหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง ร้านกาแฟ “นารีคอฟฟี่” ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ตําบลช้างเผือก อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ วันพุธ ที่ 10 มิถุนายน 2569 วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 09.30 น. พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง กรมวังผู้ใหญ่ประจําพระองค์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา และรองประธานคณะกรรมการกองทุนกําลังใจฯ เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกวิชาชีพ “โครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ” และเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง ร้านกาแฟ “นารีคอฟฟี่” โดยมี พลตำรวจโท สายเพชร ศรีสังข์คณะทำงานที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พลตำรวจโท ธวัชชัย นาคฤทธิ์ ที่ปรึกษาของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นางจิรภา สินธุนาวา รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจโทประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมราชทัณฑ์ พร้อมด้วย นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ พันเอก พิศิษฐ์ กันทะใจ เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 33 พลตำรวจตรี ยุทธนา แก่นจันทร์ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ และนางสาววิพรพักตร์ ค่ายบุญศรี ผู้อำนวยการทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ร่วมเป็นเกียรติในพิธีเปิดดังกล่าว ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ทรงริเริ่มโครงการกำลังใจฯ ในปี 2549 เพื่อช่วยเหลือผู้ต้องขังในทุกมิติให้กลับคืนสังคมอย่างมีคุณภาพ ซึ่งพบว่า การมีอาชีพหรือมีงานทำเป็นปัจจัยสำคัญในการลดการกระทำผิดซ้ำ ดังนั้น สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ จึงพระราชทานแนวทางในการฝึกอาชีพในด้านต่าง ๆ ทั้งอาชีพสายงานช่าง งานฝีมือและศิลปกรรม การเกษตร งานบริการต่าง ๆ การทำอาหารและขนม รวมทั้งอาชีพใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี เช่น การดูแลผู้สูงอายุ การขายของออนไลน์ เป็นต้น นอกจากนี้ อาชีพที่เกี่ยวกับด้านสุขภาพ ก็เป็นอีกอาชีพหนึ่งที่สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมเช่นกัน เนื่องจากปัจจุบัน การดูแลสุขภาพของคนในสังคมจะเป็นการดูแลสุขภาพที่เปลี่ยนจาก “รักษาเมื่อป่วย” มาเป็นการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันเพื่อให้ตนเองมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพซึ่งคณะกรรมการกองทุนกำลังใจฯ ร่วมกับกระทรวงยุติธรรม ได้น้อมนำแนวทางพระราชทานนี้มาสานต่ออย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เป็นเรือนจำที่มีกำหนดควบคุมผู้ต้องขังหญิงกำหนดโทษจำคุกตลอดชีวิต ปัจจุบัน มีผู้ต้องขังหญิง ทั้งสิ้นจำนวน 1,897 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 9 มิถุนายน 2569) โดยได้น้อมนำแนวทางพระราชทานดังกล่าวข้างต้นมาดำเนินการ จึงเกิดเป็นโครงการฝึกอาชีพผู้ช่วยเหลือด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นโครงการที่เกิดจากการบูรณาการร่วมกันระหว่างทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ โรงพยาบาลนครพิงค์ และเครือข่ายสุขภาพ โดยจัดให้ผู้ต้องขังได้รับการ ฝึกวิชาชีพด้านสุขภาพเพื่อให้สามารถทำการคัดกรองและส่งเสริมสุขภาพ รวมถึงการป้องกันโรคได้ โดยกำหนดหลักสูตรการฝึกวิชาชีพด้านสุขภาพไว้ 3 หลักสูตร ได้แก่ 1. หลักสูตรผู้ช่วยด้านทันตกรรม (หลักสูตร 30 ชั่วโมง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 10 - 19 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการช่วยและการสนับสนุนการทำหัตถการของทันตแพทย์ ให้เป็นไปตามมาตรฐาน Dental Safety Goals และมาตรฐานการควบคุมการติดเชื้อ โดยมีผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 40 คน 2. หลักสูตรผู้ช่วยด้านเภสัชกรรม (หลักสูตร 30 ชั่วโมง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 - 10 กรกฎาคม 2569 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการจัดการระบบยาเดิมของผู้ป่วย การคัดกรอง และการจัดเตรียมเวชภัณฑ์ ภายใต้การกำกับดูแลของพยาบาลและเภสัชกร มีผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 15 คน 3. หลักสูตรด้านฟื้นฟูสมรรถภาพและกายภาพบำบัด (หลักสูตร 30 ชั่วโมง) จัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 - 29 มิถุนายน 2569 เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้เกี่ยวกับการฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ได้รับบาดเจ็บจากสาเหตุต่าง ๆ รวมถึงความพิการ ซึ่งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและป้องกันภาวะทุพพลภาพที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ต้องขังในระยะยาว สามารถนำไปต่อยอดอาชีพทางการดูแลและการพยาบาลบุคคลภายนอกภายหลังพ้นโทษได้ โดยมีผู้ต้องขังเข้ารับการฝึกอบรม จำนวน 70 คน โดยการฝึกวิชาชีพดังกล่าว ถือเป็นการฝึกอาชีพที่คำนึงความต้องการของตลาดแรงงาน และคำนึงถึงกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพ ซึ่งถือเป็นอาชีพทางเลือกให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ที่มีความสนใจและความถนัดที่หลากหลาย จึงเห็นได้ว่า ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่มิใช่เป็นเรือนจำที่มีความเป็นเลิศเฉพาะด้านการทอผ้าไหม การปักผ้า และงานฝีมือเท่านั้น แต่กำลังจะเป็นเลิศในงานอาชีพด้านสุขภาพด้วย และยังแสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นของทุกภาคส่วนในการขับเคลื่อนงานด้านสุขภาพในเรือนจำ การพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังให้ได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานด้านสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม และที่สำคัญมีการเชื่อมโยงงานด้านสุขภาพเข้ากับการฝึกวิชาชีพได้เป็นอย่างดี จากนั้น พลอากาศเอก สมคิด สุขบาง เป็นประธานในพิธีเปิดร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขัง และร้านกาแฟ “นารีคอฟฟี่” ณ ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการฝึกทักษะอาชีพที่คำนึงถึงความต้องการของ ตลาดแรงงาน และการหารายได้ระหว่างการฝึกวิชาชีพ อีกทั้ง โครงการกำลังใจในพระดำริพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ยังได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ต้องขังได้มีการฝึกวิชาชีพที่หลากหลาย อาทิเช่น การทอผ้าไหม/ผ้าฝ้าย การเย็บปักถักร้อย การตัดเย็บเสื้อผ้า การทำอาหารและเครื่องดื่ม เป็นต้น ซึ่งเดิมทีการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ฝีมือผู้ต้องขังต่าง ๆ จะเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเข้าไปเลือกภายในเรือนจำ แต่ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายนอกเรือนจำ เพื่อเป็นสถานที่ในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ผู้ต้องขังได้มากขึ้น ทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ จึงได้จัดทำร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง รวมถึงร้านจำหน่ายกาแฟและเครื่องดื่ม ภายใต้ชื่อ “c0ffee by naree” ขึ้น เพื่อเป็นศูนย์กลางในการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่เกิดจากการพัฒนาทักษะวิชาชีพในด้านต่าง ๆ ให้แก่บุคคลภายนอก โดยตั้งร้านอยู่ที่บริเวณด้านหน้าทัณฑสถานหญิงเชียงใหม่ เป็นการประชาสัมพันธ์ให้สังคมภายนอกได้รับรู้ รวมถึงเป็นการพัฒนาและส่งเสริมการฝึกวิชาชีพผู้ต้องขัง ให้สามารถนำไปประกอบเป็นอาชีพภายหลังพ้นโทษได้